เรียนรู้ชีวิตจริงจาก "มาร์ติน วีลเลอร์" จากครอบครัวเศรษฐีผู้ดีอังกฤษ สู่ชีวิตกรรมกรก่อสร้าง ได้อย่างไร ?

มาร์ติน วีลเลอร์ เป็นชาวอังกฤษ เขาเกิดมาใน ครอบครัวที่เพียบพร้อม มีอันจะกิน ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าระดับเศรษฐีก็ว่าได้ ตัวเขาเองจบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยลอนดอน คุณพ่อ จบปริญญาเอก เป็นผู้จัดการบริษัทผลิต http://winne.ws/n12616

3.9 พัน ผู้เข้าชม
เรียนรู้ชีวิตจริงจาก "มาร์ติน วีลเลอร์" จากครอบครัวเศรษฐีผู้ดีอังกฤษ สู่ชีวิตกรรมกรก่อสร้าง ได้อย่างไร ?

มาร์ติน วีลเลอร์ เป็นชาวอังกฤษ เขาเกิดมาใน ครอบครัวที่เพียบพร้อม มีอันจะกิน ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าระดับเศรษฐีก็ว่าได้ ตัวเขาเองจบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยลอนดอน 

คุณพ่อ จบปริญญาเอก เป็นผู้จัดการบริษัทผลิต สารเคมีที่มีพนักงานถึง 20,000 คน 

คุณแม่ เป็นครูสอนดนตรี  

พี่สาวจบการศึกษาระดับปริญญาเอก 

พี่เขย ก็จบปริญญาเอก เป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย 

แทบจะพูดได้ว่าชีวิตน่าจะมีความสุขและเป็น ที่น่าอิจฉาอย่างมาก ..แต่กับมาร์ติน แล้วเขา

ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่เป็นอยู่นั้นเลย เขาไม่อยากมีเงิน ไม่อยากมีวุฒิบัตร ไม่อยากมีรถ ไม่สนใจวัตถุ 

        เมื่อครั้งที่เขาจบปริญญาตรี ได้รับวุฒิบัตร เขาก็มอบวุฒิบัตรนั้นให้กับพ่อแม่ เพราะว่าพ่อแม่อยากได้ เขาไม่ได้อยากได้เลย แต่มาร์ติน อยากอยู่แบบง่าย  มีบ้านหลังเล็ก กับครอบครัวเล็ก ๆ มักน้อยสันโดษ 

เมื่อคิดเช่นนั้นหลังจากเรียนจบแล้วเขาจึงเลือกที่จะ ไปทำงานก่อสร้าง แบกอิฐแบกปูน ทำอยู่ร่วมสิบปี 

ซึ่งคนส่วนใหญ่มักบอกว่าเขาเป็นคนนิสัยเสีย พ่อ แม่  และ พี่ อุตส่าห์สนับสนุนให้ เรียนหนังสือ แต่เมื่อจบแล้วกลับไม่ยอมใช้ความรู้ มาทำมาหากิน 

       มีคำถามว่าทำไม ? มาร์ตินถึงเลือกที่จะไปทำงานก่อสร้าง  แบกอิฐ แบกปูน ทั้งที่เป็นงานที่หนักและเหนื่อยมาก เขาบอกว่า “เขาอยากรู้จักชีวิตของตัวเอง” เขาอยากรู้ว่าตัวเองมีความสามารถขนาดไหน มีความอดทนหรือเปล่า       

เรียนรู้ชีวิตจริงจาก "มาร์ติน วีลเลอร์" จากครอบครัวเศรษฐีผู้ดีอังกฤษ สู่ชีวิตกรรมกรก่อสร้าง ได้อย่างไร ?

 ถ้าเจอสิ่งที่ยากลำบากเขาจะทนได้มั้ย การที่เขาคิดอย่างนี้ เพราะที่ผ่านมาชีวิตเขาเคยอยู่แต่ในสังคมที่พูดถึงแต่เรื่องเงิน เรื่องรถ เรื่องลูก บางทีก็เอาลูกมาแข่งกัน อวดกันบ้างว่า ลูกเรียนที่นั่น ที่นี่ สำหรับมาร์ตินเอง เขาคิดว่าสิ่งต่างเหล่านั้น มันทำให้ชีวิตมีแต่ความวุ่นวาย หาความสุขที่แท้จริงไม่ได้ 

       แต่เมื่อเขามาทำงานก่อสร้าง แบกอิฐ แบกปูน มันทำให้เขา รู้สึกว่ามีอิสระ ทำให้มีเวลาได้คิด ที่สำคัญทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรในช่วงที่เขาทำงานก่อสร้างอยู่ที่ประเทศ อังกฤษ เขาเองก็ยังดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืนอยู่ดี 

        เมื่อคุณแม่ของเขาเสียชีวิต ก็ได้รับมรดกมาก้อนหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะนำเงินที่ได้นั้นไปเที่ยว และจะไปเที่ยว ในประเทศที่เขายังไม่เคยไป นั่นคือประเทศไทย ลาว เขมร และออสเตรเลีย แล้วเขาก็เลือกมาประเทศไทยเป็นประเทศแรก 

        ด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยว ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เมื่อมาถึงเมืองไทย ได้ 2 เดือน เงินที่ได้มาจากมรดก ก็หมด อดไปประเทศอื่น ๆ เลยต้องหางานทำ และงานที่เขาทำได้ในตอนนั้นก็มีงานเดียว ที่ฝรั่งทำได้ดีในเมืองไทย นั่นก็คือ “การเป็นครูสอนภาษา” 

       ซึ่งในครั้งนั้นมาร์ตินบอกว่าเขาเองรู้สึกว่าเขาทรยศต่อตัวเอง มากที่สุด ทำไมเขาถึงคิดเช่นนั้น............???? 


ที่มา....... http://gotoknow.org/blog/lifeandlearn/66184 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=diy-by-achita&month=03-2008&date=20&group=4&gblog=12

แชร์