ชาวสวนยางภาคใต้ พอใจมาตรการช่วยเหลือราคายางตกต่ำ แต่ขอเปลี่ยนผู้ว่าการยางคนใหม่
หลายหน่วยงาน ขานรับนโยบายนายกฯ ที่สั่งการให้ทุกส่วนราชการสำรวจความจำเป็นต้องใช้ยางเพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศมากขึ้น ล่าสุด มีการแจ้งความจำนงรับซื้อยางในสต็อกมาใช้ในโครงการต่างๆ แล้ว กว่า 1 หมื่นตัน http://winne.ws/n17151
หลายหน่วยงาน ขานรับนโยบายนายกฯ ที่สั่งการให้ทุกส่วนราชการสำรวจความจำเป็นต้องใช้ยางเพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศมากขึ้น ล่าสุด มีการแจ้งความจำนงรับซื้อยางในสต็อกมาใช้ในโครงการต่างๆ แล้ว กว่า 1 หมื่นตัน ขณะที่ชาวสวนยางภาคใต้ พอใจมาตราการช่วยเหลือของภาครัฐ แต่เรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้ว่าการยางคนใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถเข้ามาบริหารแทน
สมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลาและเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง รวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องผ่านถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากปัญหาราคายางตกต่ำลงมาเหลือกิโลกรัมละ 38 - 41 บาท โดยต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือพยุงราคาไม่ให้ต่ำไปจากกิโลกรัมละ 70 บาท รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินให้แก่เกษตรกร ไม่เกินร้อยละ 3 เพื่อต่อลมหายใจให้พี่น้องชาวสวนยาง
ส่วนที่จังหวัดพัทลุง เกษตรกรชาวสวนยางพารา จาก 11 อำเภอ ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กำลังรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา โดยนายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ เลขาธิการสมาพันธ์ เกษตรแห่งประเทศไทย เสนอแนวทางเพื่อสนับสนุนมาตรการแก้ไขราคายางพารา ของนายกรัฐมนตรี โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งเปลี่ยนตัวผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย รองผู้ว่าการยางฯ และคณะการยางแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาบริหารหน้าที่แทนโดยเร็ว เนื่องจากขณะนี้ราคายางพาราตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายปี
ขณะที่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้กรมชลประทาน และกระทรวงกลาโหม ได้แจ้งความประสงค์ที่จะดำเนินการรับมอบยางตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เพื่อที่จะนำไปใช้ในการดำเนินโครงการต่าง ๆของหน่วยงาน นอกจากนี้ มีหน่วยงานราชการ 9 หน่วยงาน ยื่นความจำนงที่จะใช้ยางพาราอย่างแน่นอน เป็นน้ำยางข้น 22,321 ตัน ยางแห้ง 2,952 ตัน รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 16,925 ล้านบาท
และยังมีตัวเลขปริมาณการใช้ยางจาก 5 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ประมาณ 10,697 ตัน ซึ่งจะมีการทบทวนโครงการ และจะส่งเรื่องนำเสนอกลับมาภายในสัปดาห์หน้า
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.google.co.th
ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก http://news.voicetv.co.th
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://news.voicetv.co.th/thailand/506938.html
