แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม

ตามรอยละครแห่งประวัติศาตร์ "วัดไชยวัฒนาราม" นักท่องเที่ยวล้นทะลัก หนุ่มสาวคู่รักสวมชุดเป็น "ท่านหมื่น-แม่หญิงการะเกด" ร่วมยลโฉมเก็บภาพโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ http://winne.ws/n22750

1.2 พัน ผู้เข้าชม
แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่วัดไชยวัฒนาราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคง "ออเจ้า" ตามรอยท่านหมื่นกับแม่หญิงการะเกดในละครบุพเพสันนิวาสไม่ขาดสาย ซึ่งไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้นที่มายลโฉมความขลังและศักดิ์สิทธิ์ของ วัดไชยวัฒนาราม หนึ่งในวัดสำคัญที่ปรากฏโฉมอยู่ในละคร แต่ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ร่วมมาชื่นชมความงดงามด้วย ทำให้บรรยากาศค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งวัน แม้สภาพอากาศจะร้อนแบบสุดๆก็ตาม ที่สำคัญมีจำนวนไม่น้อยที่แต่งชุดไทยมาถ่ายภาพโบราณสถานที่เป็นประวัติศาสตร์แห่งนี้เช่นกัน

สำหรับ วัดไชยวัฒนาราม ตามวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า วัดไชยวัฒนาราม หรือ วัดชัยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง

แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม
แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม

สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 โดยเดิมที่ตั้งของวัดแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพระราชมารดาที่ได้สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าปราสาททองได้เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์ เมื่อพระองค์ได้เสวยราชสมบัติ พระองค์จึงได้สร้างวัดไชยวัฒนารามขึ้นเพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดาของพระองค์ และอีกประการหนึ่งวัดนี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด

แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม

ตามประวัติ เป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้นพระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดนี้

ก่อนกรุงแตก พ.ศ. 2310 วัดไชยวัฒนารามถูกแปลงเป็นค่ายตั้งรับศึก หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง วัดไชยวัฒนารามได้ถูกปล่อยทิ้งให้ร้างเรื่อยมา บางครั้งมีผู้ร้ายเข้าไปลักลอบขุดหาสมบัติ เศียรพระพุทธรูปถูกตัดขโมย มีการรื้ออิฐที่พระอุโบสถ และกำแพงวัดไปขาย แต่ในปี พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาอนุรักษ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535


ขอขอบคุณ

ข้อมูล : สำนักข่าวเดลินิวส์

แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม
แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม
แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม
แดดร้อนก็มิหวั่น 'ท่านหมื่น-แม่การะเกด' ล้นวัดไชยวัฒนาราม
แชร์