กฎหมายปกครองพระควรเป็นฐานรองรับ "พระธรรมวินัย"

การบัญญัติกฎหมายใดๆที่จะใช้กับคณะสงฆ์ควรมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับและสนับสนุน “พระธรรมวินัย” ให้สูงเด่นศักดิ์สิทธิ์และมั่งคงเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ สามารถดำรงความเป็นเพศสมณะและได้รับประโยชน์จากพระธรรมวินัยจากไตรสิกขา อย่างเต็มที่ http://winne.ws/n24280

2.1 พัน ผู้เข้าชม

การปกครองคณะสงฆ์  พระพุทธเจ้าทรงให้พระภิกษุสงฆ์ปกครองกันเองโดยมีพระธรรมวินัยเป็นประมุข

....

ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า 
"ดูกรอานนท์บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงแล้ว
พระศาสดาของพวกเราไม่มี ก็ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น
ธรรมและวินัย
อันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้นจักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา ดูกรอานนท์ บัดนี้ พวกภิกษุยัง
เรียกกันและกันด้วยวาทะว่า อาวุโส ฉันใดโดยกาลล่วงไปแห่งเรา ไม่ควรเรียกกัน
ฉันนั้น ภิกษุผู้แก่กว่าพึงเรียกภิกษุผู้อ่อนกว่า โดยชื่อหรือโคตร หรือโดยวาทะว่า
อาวุโส แต่ภิกษุผู้อ่อนกว่าพึงเรียกภิกษุผู้แก่กว่าว่าภันเต หรืออายัสมา ดูกรอานนท์
โดยกาลล่วงไปแห่งเรา สงฆ์จำนงอยู่ก็จงถอนสิกขาบทเล็กน้อยเสียบ้างได้..." 

( พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒  ทีฆนิกาย มหาวรรค )

ก่อนอื่นขอให้ทำความเข้าใจว่า พระพุทธศาสนามี 2เรื่องที่ต้องแยกให้ออก คือ

1.   เรื่องการปกครองในสังคมพระภิกษุสงฆ์
2.   เรื่องภารกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ข้อความจากพระไตรปิฎกที่ยกมาข้างต้น คือเรื่องการปกครองพระภิกษุสงฆ์

จากบันทึกในพระไตรปิฎก  เห็นชัดเจนว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้“พระธรรมวินัย” เป็นผู้ปกครอง(ศาสดา)ของสังคมสงฆ์ และแม้หากจำเป็นต้องถอนสิกขาบทเล็กน้อย ก็ทรงชี้ชัดว่าเป็นเรื่องของ “คณะพระภิกษุสงฆ์”เท่านั้นที่จะปรึกษาหารือและแก้ไขสิกขาเล็กน้อยดังกล่าว อธิบายย้ำอีกครั้งว่า  การปกครองคณะสงฆ์นั้นเป็นเรื่องที่พระพุทธองค์ให้พระภิกษุสงฆ์ดูแลกันเอง โดยมีพระธรรมวินัยเป็นศาสดาเป็นบรรทัดฐานหลักเท่านั้น

ไม่มีจารึกหรือหลักฐานอื่นใดที่ปรากฎว่าพระพุทธองค์ทรงให้ ฆราวาสเข้าไปเกี่ยวข้อง กับการปกครองคณะสงฆ์  แม้แต่การแก้ไขสิกขาบทเล็กน้อย ก็ทรงตรัสชัดว่าให้หมู่สงฆ์ประชุมและลงความเห็นแก้ไขตามสมควร และการดังกล่าว ไม่มีบันทึกหลักฐานใดว่าทรงให้  ฆราวาส เข้ามาประชุมหรือออกความคิดเห็น หรือร่วมแก้ไขสิกขาบทใดๆของพระธรรมวินัย หรือออกกฎใดๆในการปกครองของคณะสงฆ์ 

กฎหมายปกครองพระควรเป็นฐานรองรับ "พระธรรมวินัย"

ประเด็นที่ 2เป็นเรื่องต้องการอธิบายเสริมความเข้าใจชัดขึ้นว่า แต่ในส่วน“ภารกิจของพระพุทธศาสนา” คือ การส่งเสริมการเผยแผ่ธรรมะ การรักษาสืบทอดพระพุทธศาสนาในด้านต่างๆนั้น เป็นภารกิจที่พุทธบริษัท 4 ต้องช่วยกัน คือ ทั้งพระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสกอุบาสิกา ต้องเข้ามามีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน เหมือนในครั้งพุทธกาล ที่ประชาชน ทุกชนชั้นเข้ามามีส่วนรวมในการดูแลช่วยเหลือเรื่องปัจจัย 4 ของพระภิกษุสงฆ์  ช่วยกันก่อสร้างพุทธสถาน  อาคารสถานที่เพื่อใช้ประโยชน์ในการแสดงธรรมแก่ประชาชน ก่อสร้างสถูปเจดีย์เพื่อเป็นหลักฐานพยานของการเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนาให้ชนรุ่นหลังได้รับคุณประโยชน์สืบต่อกันมา สนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะไปยังดินแดนแคว้นต่างๆของพระธรรมทูต เป็นต้น 

การแบ่งภาพเป็น 2  ประเด็นดังกล่าวน่าจะช่วยให้ชาวพุทธเห็นภาพบทบาทหน้าที่ของกันและกันได้ชัดขึ้น  

กฎหมายปกครองพระควรเป็นฐานรองรับ "พระธรรมวินัย"

กล่าวเฉพาะเรื่องการปกครองคณะสงฆ์  โดย “พระธรรมวินัย”  ก็มากพอในการปกครองสังคมพระภิกษุสงฆ์ให้สงบสุขและเกิดประโยชน์ต่อตัวพระภิกษุเอง และต่อประชาชน ต่อสังคมบ้านเมือง ด้วยสันติแล้วเพราะ พระธรรมวินัย ได้ทำหน้าที่นี้ มาตลอดตั้งแต่ครั้งที่พระพุทธองค์ทรงดำรงอยู่และตั้งแต่วันแรกที่ปรินิพพานล่วงไป พระธรรมวินัย ก็ทำหน้าที่ปกครองพระภิกษุสงฆ์ด้วยดีตลอดมา

พระภิกษุสงฆ์เมื่อเคารพและอยู่ในพระธรรมวินัย โดยไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ย่อมได้รับประโยชน์จากพระธรรมวินัยเมื่อประโยชน์ตนได้รับแล้ว ก็สามารถนำมาเผยแผ่สั่งสอนถ่ายทอดให้กับพุทธบริษัทประชาชนให้ได้รับคุณประโยชน์จากธรรมวินัย ตามสมควรแก่ฐานะเพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิตฆราวาสและประโยชน์นั้นย่อมขยายวงนำความสุขความเจริญไปสู่สังคมได้อย่างแน่นอน  

แต่แน่นอนว่าอย่างไรก็ตาม,ด้วยความที่ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ระหว่าง ศาสนจักร และ อาณาจักรพระภิกษุสงฆ์ก็ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของบ้านเมืองนั้นๆ  ด้วยเหตุนี้ เพื่อความเป็นระเบียบของการอยู่ร่วมกัน  จึงนำมาสู่การมีกฎหมายทางบ้านเมืองเข้ามาข้องเกี่ยวในสังคมพระภิกษุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งประเด็นสำคัญในเรื่องดังกล่าว  ต้องมุ่งไปที่ว่ากฎหมายนั้นบัญญัติขึ้นมาเพื่ออะไร ?

และคำตอบที่ควรจะเป็นคือ การบัญญัติกฎหมายใดๆที่จะใช้กับคณะสงฆ์ควรมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับและสนับสนุน “พระธรรมวินัย” ให้สูงเด่นศักดิ์สิทธิ์และมั่นคงเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ สามารถดำรงเพศสมณะและได้รับประโยชน์จากพระธรรมวินัยจากไตรสิกขา อย่างเต็มที่

ควรจะต้องเป็นกฎหมายที่จะเป็นบรรทัดฐานรับประกันว่าพระภิกษุสงฆ์จะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมเพื่อความเจริญในไตรสิกขาตลอดถึงภารกิจงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระภิกษุสงฆ์ด้วย

หากการบัญญัติกฎหมายที่ใช้กับคณะสงฆ์โดยการเอา “คุณประโยชน์” ของพระภิกษุสงฆ์ และพระพุทธศาสนาเป็นตัวตั้ง  เหมือนที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาทรงบัญญัติพระธรรมวินัย เพื่อบังคับใช้กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งปวง

การบัญญัติกฎหมายนั้นจึงเป็นการสมควร เป็นความดีงาม เป็นกุศลมงคล เพราะจะเกิดคุณประโยชน์กับทุกฝ่าย

เมื่อ “พระธรรมวินัย” ได้รับการรองรับอย่างสำคัญโดยมีกฎหมายบ้านเมืองเป็นฐานให้ นอกจากจะช่วยส่งเสริมพระภิกษุที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบให้สามารถประพฤติธรรมฝึกตนด้วยไตรสิกขา มีความเจริญก้าวหน้าในพระธรรมวินัยอย่างมั่นคงแล้ว ยังจะสามารถแก้ไขปัญหาผู้ที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ด้วยเจตนาไม่สุจริตหรือบวชแล้ว ไม่เคารพในพระธรรมวินัย สร้างความเสียหายให้กับสถาบันสงฆ์ได้อีกส่วนหนึ่งด้วย  ซึ่งนั้นก็เป็นนิมิตที่ดีว่า  สถาบันสงฆ์ก็จะมีความมั่นคงศักดิ์สิทธิ์  พุทธบริษัท 4 ศรัทธาประชาชน ก็มั่นคงตาม 

ทำได้อย่างนี้  ทั้งศาสจักรและ อาณาจักร ก็จะได้รับคุณประโยชน์จาก พระธรรมวินัย
อย่างเต็มที่  

กฎหมายปกครองพระควรเป็นฐานรองรับ "พระธรรมวินัย"

สรุปได้ว่า เมื่อยึดเอาประโยชน์ส่วนรวมของพระพุทธศาสนา และ บ้านเมืองเป็นตัวตั้งอย่างแท้จริงแล้ว สังคมจะได้คำตอบว่า การจะบัญญัติกฎหมายใดเพื่อใช้กับพระภิกษุสงฆ์นั้นต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมพระภิกษุสามเณรให้เจริญในไตรสิกขาแห่งพระธรรมวินัย  และสามารถนำประโยชน์นั้นมาเผยแผ่สู่สังคมให้เป็นสังคมที่มีศีลธรรมที่เข้มแข็ง  พระภิกษุสงฆ์ก็จะสามารถดำรงฐานะครูศีลธรรมหรือผู้นำจิตวิญญาณที่เป็นที่พึ่งให้แก่ผู้คนในสังคมได้และ “วัด” ก็จะสามารถเป็นศูนย์กลางของการขยายเผยแผ่พระธรรมไปสู่สังคมต่างๆยังประโยชน์ให้กับปวงประชาฆราวาสได้ทุกระดับ และทั้งที่ใกล้และไกลอย่างมีประสิทธิภาพ 

พระพุทธศาสนาก็จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง สังคมผู้คนที่เสื่อมโทรมทางจิตใจก็จะได้รับการฟื้นฟูบำบัดให้กลับมาดี มีความก้าวหน้า มีความเจริญทางจิตใจเป็นสังคมที่สันติได้อีกครั้ง เหมือนดังสมัยพุทธกาล  


โดย : โฆษิกา 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง 
แก้ พ.ร.บ. สงฆ์ https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1253438

แชร์