มงคล ที่ 6 ตั้งตนชอบ
ตั้งตนชอบ หมายถึง การตั้งเป้าหมายชีวิต ทั้งทางโลกและทางธรรมไว้ถูกต้อง แล้วประคับประคองตนให้ดำเนินชีวิตไปตามเป้าหมายนั้น ด้วยความระมัดระวัง http://winne.ws/n25169
การตั้งตนชอบเป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นขั้นตอนแรกในการสร้างความสุขความเจริญก้าวหน้าแก่ชีวิต เพราะถ้าใครตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ผิด เช่นตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นโจรที่ปล้นเก่งที่สุด หรือจะเป็นนักผลิตเฮโรอีนที่เก่งที่สุดแล้วพยายามดำเนินชีวิตไปตามนั้น คนๆนั้นก็ไม่มีทางที่จะมีความสุขความเจริญก้าวหน้าได้ถึงจะไปเสาะแสวงหาความรู้ความสามารถได้มากเพียงไร ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด เพราะความรู้ความสามารถนั้น ๆล้วนเป็นไปเพื่อยังความพินาศให้เกิดขึ้นแก่ตนเองและผู้อื่นทั้งสิ้น
ผู้ที่รักความก้าวหน้าทั้งหลายจึงจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายชีวิตให้ถูกต้องก่อนจากนั้นจึงไปเสาะแสวงหาความรู้ความสามารถพากเพียรพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายชีวิตที่ถูกต้องนั้นให้ได้
อะไรคือเป้าหมายชีวิต ?
เป้าหมายชีวิตของคนทุกคนแบ่งได้เป็น 3 ระดับได้แก่
1. เป้าหมายชีวิตขั้นต้น คือการตั้งเป้าหมายชีวิตเพื่อประโยชน์ในชาตินี้เป็นการตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องตั้งตัวตั้งฐานะให้ได้ด้วยการประกอบอาชีพที่สุจริต ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรมจะเป็นอาชีพอะไรก็ตามแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล จะเป็นนักธุรกิจ แพทย์ วิศวกร ชาวนาชาวไร่ หรืออื่น ๆ ได้ทั้งนั้น ขอแต่เพียงให้เป็นอาชีพสุจริตก็แล้วกันและเมื่อตั้งเป้าหมายชีวิตไว้แล้ว ก็มุ่งมั่นฝึกฝนตนเองสร้างตัวให้บรรลุเป้าหมายชีวิตนั้นให้ได้
“หนูตัวเล็ก ๆ ยังสู้อุตส่าห์ขุดรูอยู่
นกกระจิบกระจอกยังสู้อุตส่าห์สร้างรัง
เราเกิดมาเป็นคนทั้งทีก็ต้องสร้างฐานะให้ดีให้ได้”
2. เป้าหมายชีวิตขั้นกลาง คือการตั้งเป้าหมายชีวิตเพื่อประโยชน์ในชาติหน้าเป็นการตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่า นอกจากจะพยายามตั้งฐานะของตนให้ได้แล้วก็จะตั้งใจสร้างบุญกุศลอย่างเต็มที่ในทุก ๆ โอกาสที่อำนวยให้ เพื่อสะสมเป็นทุนเป็นเสบียงในภพชาติต่อไปเพราะว่าสัตว์ทั้งหลายตายแล้วไม่สูญ ตราบใดที่ยังไม่หมดกิเลส ก็ยังต้องเกิดใหม่อีกอยู่ร่ำไป
คนบางคนคิดแต่จะหาประโยชน์เฉพาะในชาตินี้ โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ชาติหน้าเลย คิดแต่จะหาทรัพย์จะตั้งฐานะให้ได้โดยไม่ประกอบการบุญการกุศล เราลองคิดดูว่าชีวิตของคนประเภทนี้จะมีคุณค่าสักเพียงไร ตั้งแต่เกิดก็อาศัยพ่อแม่เลี้ยงพอโตขึ้นหน่อยก็เรียนหนังสือหาความรู้ ครั้นโตขึ้นอีกก็ทำงาน มีครอบครัวเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ดิ้นรนหาสิ่งต่างๆ มาบำรุงบำเรอตน แล้วก็แก่เฒ่าตายไป ดูพวกนกกา ตั้งแต่เล็กมันก็อาศัยพ่อแม่เลี้ยงสอนบิน สอนให้รู้จักหาอาหารโตขึ้นก็แยกรังไปมีครอบครัว หาอาหารมาเลี้ยงลูกเลี้ยงตัว หาความสุขตามประสานกกาแล้วก็แก่เฒ่าตายไปเหมือนกัน ถ้าคนเราเกิดมาแล้วมีชีวิตอยู่เพียงเท่านี้ ก็มีคุณค่าไม่ต่างอะไรกับนกกา
แต่นี่เราเป็นคน มีโครงร่างเหมาะแก่การใช้ทำความดีมากที่สุด ดังนั้นนอกจากความพยายามตั้งฐานะในชาตินี้ให้ได้แล้ว เราทุกคนจึงควรที่จะรู้จักสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิต ด้วยการตั้งใจทำความดี ประกอบการบุญการกุศลอย่างเต็มที่เพื่อไว้เป็นเสบียงในการเดินทางข้ามภพข้ามชาติและเป็นปัจจัยในการบรรลุถึงเป้าหมายชีวิตขั้นสูงสุด
3. เป้าหมายชีวิตขั้นสูงสุดคือการตั้งเป้าหมายชีวิตเพื่อเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ได้แก่การตั้งใจปฏิบัติธรรมทุกรูปแบบเพื่อปราบกิเลสให้หมดสิ้นแล้วเข้านิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์ทั้งหลายจะได้มีแต่ความสุขอันเป็นอมตะ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
โดยธรรมชาติ ทุกชีวิตเมื่อยังไม่หมดกิเลส ก็ต้องทนรับทุกข์กันไปมากบ้างน้อยบ้างตามแต่กรรมที่ตนทำไว้เราเวียนเกิดเวียนตายกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วนแล้ว ถ้ามีใครสามารถเอากระดูกของเราทุกชาติมากองรวมกันเข้าก็จะสูงท่วมภูเขา ถ้าเอาน้ำตาของเราที่หลั่งไหลออกมาเพราะความทุกข์ทุก ๆ ชาติมารวมกัน ก็จะมากกว่าน้ำในมหาสมุทรเสียอีก ใครสามารถเข้านิพพานได้ก่อนก็หมดทุกข์ก่อนที่ยังอยู่ก็ต้องเวียนเกิดเวียนตายในทะเลทุกข์แห่งวัฏฏสงสารต่อไป
แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดเช่นเดียวกับพวกเรา แต่พระองค์ตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ถูกต้องคือตั้งเป้าไว้ว่าจะกำจัดกิเลสในตัวให้หมดโดยเร็วแล้วนำตนเองและผู้อื่นเข้านิพพานด้วย จากนั้นก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียร ฝึกฝนตนเองอย่างเต็มที่มานับภพนับชาติไม่ถ้วนแม้มีอุปสรรคหนักหนาสาหัสเพียงไรก็ไม่ย่อท้อสละได้แม้เลือดเนื้อและชีวิตเพื่อรักษาเป้าหมายที่จะเข้านิพพานไว้ไม่ให้คลอนแคลนในที่สุดพระองค์ก็ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สามารถกำจัดกิเลสได้หมด เข้านิพพานอันบรมสุขได้
ส่วนพวกเรามัวเที่ยวเถลไถล เกะ ๆ กะ ๆ ไม่เอาจริง ไม่ตั้งใจมุ่งมั่นในการทำความดี บ้างก็ยังไม่รู้เป้าหมายสูงสุดของชีวิตว่าคือการเข้านิพพาน บ้างก็รู้แล้ว แต่เกียจคร้านประพฤติย่อหย่อน ทำ ๆ หยุด ๆจึงต้องมาเวียนเกิดเวียนตายรับทุกข์อยู่อย่างนี้
ฉะนั้น ถ้าใครฉลาดก็ต้องรีบแก้ไขตนเองตั้งเป้าหมายสูงสุดของชีวิตไว้ให้มั่นคงไม่ประมาทในการสร้างความดี หมั่นให้ทานรักษาศีล เจริญภาวนา ชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ เพื่อกำจัดกิเลสให้หมดจะได้พ้นทุกข์เข้านิพพานได้รับความสุขอันเป็นอมตะตามอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบ้าง
“จงอย่าประมาท เร่งเดินตามรอยบาทพระบรมศาสดา
ถึงจะทำประโยชน์ให้คนอื่นมากมาย
ก็ไม่ควรละทิ้งจุดหมายปลายทางของตน
เมื่อรู้ว่าอะไรคือจุดหมายปลายทางแล้วก็ควรใส่ใจขวนขวาย”
ข้อเตือนใจ
คนบางคนเริ่มแรกก็ตั้งเป้าหมายชีวิตดีอยู่ เช่น ตั้งใจจะทำมาหากินโดยสุจริตแต่กำลังใจยังไม่เข้มแข็งพอ ครั้นทำไปนานเข้าเริ่มรู้สึกว่ารวยช้าไป ไม่ทันใจเป้าหมายชีวิตชักเขว ลงท้ายเลยไปคดโกงคนอื่นเขา ต้องติดคุกติด ตะรางไป หรือบางคนตั้งใจจะให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา แต่พอถูก คนอื่นเย้าแหย่บ้าง ล้อเลียนบ้าง เจอสิ่งยั่วยุอยู่เรื่อย ๆเลยเลิกปฏิบัติธรรม ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามอำนาจของกิเลส
ทำอย่างไร เราจึงจะป้องกันตัวเราไม่ให้เป็นอย่างนั้นบ้าง ? ทำอย่างไร จึงจะรักษาเป้าหมายชีวิตของเราไว้ให้มั่นคง
วิธีรักษาเป้าหมายชีวิตให้มั่นคง
1. ฝึกให้เป็นคนมีศรัทธา ได้แก่ มีเหตุผล เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ การเชื่อมี 2 แบบ คือ
1.1 เชื่ออย่างมีเหตุผล ประกอบด้วยปัญญา เรียกว่า ศรัทธา
1.2 เชื่ออย่างไร้เหตุผล ปราศจากปัญญา เรียกว่า งมงาย
ศรัทธาขั้นพื้นฐาน 4 ประการ คือ
- เชื่อกรรม เชื่อว่ากรรมมีอยู่จริงไม่ว่างเปล่าเมื่อทำอะไรแล้วย่อมเป็น กรรม คือเป็นความชั่วความดีมีขึ้นในตน
- เชื่อในผลของกรรม คือเชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว โดยการทำดี นั้นจะต้องทำให้ครบองค์ประกอบ 3 ประการจึงจะได้ดี คือต้องทำให้
ถูกดี คือมีปัญญาสามารถทำถูกวัตถุประสงค์ของงานนั้น
ถึงดี คือมีความพยายามที่จะทำงานนั้นให้เต็มตามความสามารถ
พอดี คือมีสติดีไม่ทำจนเลยเถิดไป เผื่อเหนียวมากไปจนเกิดความเสียหาย
- เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน คือเชื่อว่าบุญและบาปอันเป็นผลของกรรมดีและกรรมชั่ว ย่อมติดตามบุคคลผู้ทำนั้นตลอดไป
- เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง เชื่อในพระปัญญาการตรัสรู้ของพระองค์
2. ฝึกให้เป็นคนมีศีล อย่างน้อยศีล 5 (รายละเอียดของศีลโปรดดูในมงคลที่ 9)
3. ฝึกให้เป็นคนมีความรู้ เป็นพหูสูตคือหมั่นศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม
4. ฝึกให้เป็นคนมีจาคะ คือรู้จักเสียสละ เช่น
4.1 สละทรัพย์สิ่งของเป็นทาน เป็นการกำจัดความตะหนี่ออกจากใจ จึงเป็นที่รักของคนทั้งหลาย
4.2 สละอารมณ์บูดเป็นทานคือละอารมณ์โกรธพยาบาท ให้เป็นอภัยทาน ทำให้ใจเป็นสุขไม่ขุ่นมัว
5. ฝึกสมาธิเพื่อให้ใจผ่องใส เกิดปัญญาซึ่งเป็นข้อที่สำคัญที่สุดเพราะจะเห็นได้ว่าสาเหตุที่ทำให้เป้าหมายชีวิตของเราคลอนแคลนนั้น เป็น เพราะใจของเราขาดความมั่นคงทนต่อความยั่วยุไม่ได้ แต่การฝึกสมาธิภาวนาเป็นการฝึกใจโดยตรง ทำให้ใจของเรามีพลังมีความหนักแน่นเข้มแข็งในการรักษาเป้าหมายชีวิตไว้ได้โดยสมบูรณ์และมีปัญญารู้จักวางเป้าหมายชีวิตไว้ถูกต้องรวมทั้งสามารถปฏิบัติตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ดีแล้วนั้น
การฝึกทั้ง 5 ประการนี้ นิยมเรียกว่า สารธรรมแปลว่า ธรรมที่เป็นแก่น ถ้าผู้ใดมีคุณธรรมทั้ง 5 ข้อนี้ชื่อว่า เป็นคนที่มีแก่นคนอย่างแท้จริง สามารถตั้งตนชอบได้
อานิสงส์การตั้งตนชอบ
1. เป็นผู้สามารถพึ่งตนเองได้
2. เป็นผู้ไม่ประมาท
3. เป็นผู้เตรียมพร้อมไว้ดีแล้วก่อนตาย
4. เป็นผู้มีความสวัสดีในทุกที่ทุกสถาน
5. เป็นผู้บูชาพระรัตนตรัยอย่างสูงสุด
6. เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ
7. เป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง
8. เป็นผู้ป้องกันภัยในอบายภูมิ
9. เป็นผู้มีแก่นคน สามารถตักตวงประโยชน์จากชีวิตได้เต็มที่
10. เป็นผู้ได้รับสมบัติทั้ง 3 โดยง่าย คือมนุษย์สมบัติ ทิพย์สมบัติ และ นิพพานสมบัติ
ฯลฯ
“มารดาบิดา ก็หรือญาติเหล่าอื่น พึงทำเหตุนั้นให้ไม่ได้แต่จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบแล้ว พึงทำเขาให้ประเสริฐกว่าเหตุนั้นได้”
ขุ. ธ. ๒๕/๑๓/๒๐
ขอบคุณธรรมะจาก กัลยาณมิตร

