นั่งสมาธิบนรถเคลื่อนที่ กับ "Be time bus"

นั่งสมาธิบนรถเคลื่อนที่ กับ "Be time bus" ด้วยบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำสมาธิมากที่สุดตามศาสตร์ตะวันตก . http://winne.ws/n26124

932 ผู้เข้าชม

     “Be time bus” หรือชื่อเต็มก็คือ “Be time meditation & relaxation studio” เป็นห้องฝึกสมาธิเคลื่อนที่บนรถบัสคันแรกของโลก ในนครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบริษัท Be time practice incorp., เป็นเจ้าของ

นั่งสมาธิบนรถเคลื่อนที่ กับ "Be time bus"

     โดยรถบัสคันนี้จะวิ่งไปจอดในเมืองต่าง ๆ ตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปใช้ฝึกทำสมาธิ โดยสามารถทำสมาธิร่วมกับผู้อื่นได้เป็นรอบ รอบละ 15 หรือ 30 นาที จะนั่งขัดสมาธิ นั่งพื้น นั่งเก้าอี้ธรรมดา หรือนั่งเก้าอี้ทรงสูงก็ได้ ซึ่งภายในรถบัสได้จัดบริการหลากหลายลักษณะ ด้วยแสง สี เสียง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำให้เกิดสมาธิมากที่สุด ตามแนวคิดของชาวตะวันตก

นั่งสมาธิบนรถเคลื่อนที่ กับ "Be time bus"

     สำหรับผู้ที่สนใจฝึกสมาธิจะด้วยเพื่อการผ่อนคลายหรือจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็แล้วแต่ สามารถเข้าไปฝึกสมาธิได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม อีกทั้งยังมีครูสอนสมาธิช่วยแนะนำวิธีการที่ถูกต้องให้ หรือจะฝึกเองโดยลำพังก็ได้

     โดยการเข้าไปใช้ห้องฝึกสมาธิเคลื่อนที่บนรถบัสคันดังกล่าว ผู้ใช้งานจะต้องจองล่วงหน้าผ่านมือถือหรือบนคอมพิวเตอร์ ตามตารางการเดินทางของรถบัสที่ไปจอดให้บริการ ณ จุดต่าง ๆ ซึ่งต้องจ่ายค่าบริการจำนวน 11 ดอลลาร์ (ราว 350 บาท) ต่อ 15 นาที และ 22 ดอลลาร์ (ราว 700 บาท) ต่อ 30 นาที โดยสามารถเข้าใช้บริการได้ครั้งละไม่เกิน 10 คนเท่านั้น

นั่งสมาธิบนรถเคลื่อนที่ กับ "Be time bus"

     ด้วยข้อจำกัดของชาวตะวันตก ทั้งจากการไม่มีวัดหรือสถานที่ให้ฝึกสมาธิ ความไม่พร้อมของสถานที่ ความพร่องในความรู้ของวิธีการฝึกสมาธิ ตลอดจนประเด็นอื่น ๆ จึงทำให้เกิดธุรกิจห้องฝึกสมาธิเคลื่อนที่บนรถบัสขึ้นมา ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงพอสมควร เพื่อที่จะเข้าไปฝึกสมาธิในเวลาจำกัด ภายใต้บริบทของสังคมโลกปัจจุบันที่เร่งรีบและซับซ้อนมากขึ้น

     อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชาวโลกทุกชาติและทุกศาสนาในปัจจุบันนี้ ได้ตระหนักและยอมรับกันในวงกว้างว่า “พลังจิตที่เกิดจากการทำสมาธิ”  มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและการประกอบธุรกิจการงานมากมายเพียงใด

นั่งสมาธิบนรถเคลื่อนที่ กับ "Be time bus"

     สำหรับ พวกเราที่มีถิ่นกำเนิดและดำรงชีวิตอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเสมือนดินแดนสุวรรณภูมิในพระพุทธศาสนา ที่มีความพร้อมสรรพทุกสิ่งอย่าง โดยไม่ต้องขวนขวายเหมือนกับชาวตะวันตก เพื่อให้ได้มาซึ่ง “พลังจิต” เพราะประเทศไทยมีวัดอยู่มากกว่า 41,000 แห่ง มีสำนักสงฆ์และสำนักวิปัสสนากว่า 1,000 แห่ง รวมทั้งมีสถาบันพลังจิตตานุภาพ ที่สอนการทำสมาธิอยู่ทั่วทุกจังหวัด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

    ดังนั้น จึงไม่ควรเพิกเฉยหรือละเลยโอกาสที่ถือว่าได้เปรียบกว่าชาวตะวันตก ด้วยการทำสมาธิเพื่อสะสมพลังจิตกันทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพราะพลังจิตนั้นนอกจากจะเป็นเป็นอนันตประโยชน์แล้ว ยังสามารถนำไปต่อยอดในการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี


ขอขอบคุณภาพ / ข้อมูล :  busandtruckmedia

แชร์