ทำอย่างไร จึงจะไม่ท้อในการทำงาน ?

การทำงานทุกอย่างความจริงแล้วไม่มีที่จะไม่เหนื่อยก็เนื้อมนุษย์กายมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรที่ทำด้วยเหล็ก http://winne.ws/n26293

560 ผู้เข้าชม
ทำอย่างไร จึงจะไม่ท้อในการทำงาน  ?

ทำอย่างไร จึงจะไม่ท้อ ไม่เหนื่อยในการทำงาน ?

หลวงพ่อทัตตชีโว ได้เมตตาให้คำตอบไว้ดังนี้


..เรื่องนี้ต้องเริ่มต้นที่ใจของเราจับหลักคิดให้ได้ก่อนว่า ในการทำการงานสิ่งใด ๆ นั้นเรามีเป้าหมายเพื่ออะไรเมื่อเป้าหมายชัดจะมีกำลังใจทำการงานนั้นๆ

      การทำงานทุกอย่างความจริงแล้วไม่มีที่จะไม่เหนื่อยก็เนื้อมนุษย์กายมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรที่ทำด้วยเหล็ก จะได้ไม่เหนื่อยแต่ว่าเหนื่อยเท่าใดก็ตาม มันเหนื่อยแค่กาย กายล้ำไปบ้าง กล้ามเนื้อล้าไปบ้างล้ามากๆร่างกายก็ต้องการพัก แต่พักแล้วก็หาย กลับมามีเรี่ยวแรงทำต่อไปได้

      กายเหนื่อยก็เหนื่อยไป แต่ไม่เหนื่อยใจไม่หน่ายที่จะทำต่อไป มีแต่จะกระตือรือร้นทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเพราะได้หลักในการทำงานจับหลักคิดได้ว่าการงานทุกอย่างนั้นทำเพื่อตัวของเราเอง เพื่อบุญบารมีของเราเอง เลยไม่เหนื่อยหน่ายในการที่จะสร้างบุญสร้างบารมีของตนเอง

      ตัวอย่างเช่น  หอฉันของวัดพระธรรมกายคุณยายสร้างเอาไว้ให้อาสนะที่นั่งของพระในหอฉันก็เป็นตามแบบที่คุณยายท่านสั่งให้ทำเอาไว้

       เมื่อเราจะสร้างหอฉันก็เข้าที่ประชุมกันว่า ในเวลาพระฉันภัตตาหาร จะให้ปูเสื่อฉันกันสบายๆหรือจะให้นั่งเก้าอี้ซึ่งสะดวกดีหรือจะให้มีอาสนะทำเป็นตั่งเป็นแท่นนั่งอย่างที่พระนั่งกันในหอฉันปัจจุบันนี้ก็ถกเถียงกันไปว่าจะเลือกอย่างไรดี เถียงกันไปเถียงกันมา ถกกันไปถกกันมาคุณยายฟันธงเลยว่า หลวงปู่ วัดปากน้ำทำต้นแบบไว้ดีแล้ว คือยกเป็นแท่นเป็นอาสนะขึ้นมาอย่างนี้ไม่เอานั่งเก้าอี้ และไม่เอานั่งกับพื้น

         ถ้านั่งกับพื้นก็เท่าๆกับญาติโยมเวลาจะเข้ามาประเคนก็ลำบาก แล้วก็ไม่เรียบร้อย ดูก็ไม่งาม ส่วนนั่งเก้าอี้เวลาถวายสังฆทานเวลาถวายของ พระจะหันหน้าไปรูปละทางสองทาง จะมีพระหันหน้าให้โยมบ้างหันหลังให้โยมบ้าง จะขาดความศักดิ์สิทธิ์ไป แม้จะได้ความสะดวกความสบายแต่ขาดความศักดิ์สิทธิ์

       

ทำอย่างไร จึงจะไม่ท้อในการทำงาน  ?

     ดังนั้นทำเป็นแท่นอย่างที่หลวงปู่ทำไว้เป็นต้นแบบอย่างนี้ถูกแล้ว แต่ว่าขนาดจะเป็นอย่างไรคุณยายให้หาขนาดเอาเอง ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกับที่วัดปากน้ำ เพราะคนละสถานการณ์กันท่านให้ไปคำนวณเอาเองว่าความสูงควรเป็นเท่าไร ความกว้างความยาวควรจะเป็นเท่าไรแล้วหากมีความจำเป็นจะต้องย้าย มีความจำเป็นจะต้องจัดรูปแบบใหม่จะต้องยกเคลื่อนที่ก็ไปคิดเอาเองก็แล้วกัน คุณยายฟันธงเลือกแบบให้เรียบร้อย

      ดูวิธีมองงานของคุณยายนะ ว่าท่านมองอย่างไรท่านมองถึงความสะดวกสบายของพระซึ่งเป็นผู้ขบผู้ฉันมองถึงความสะดวกสบายของญาติโยมด้วยและสุดท้ายมองถึงความน่าเลื่อมใสน่าศรัทธาในตัวพระภิกษุและพระพุทธศาสนาการที่ท่านคิดไว้อย่างนี้สั่งให้ทำอย่างนี้

      ท่านได้บุญไปแล้วเพื่อตัวท่าน ท่านก็เก็บเกี่ยวเอาบุญส่วนนั้นไปผลพลอยได้เป็นของพวกเราคือพระก็มีที่ฉันที่ใช้กันอย่างสะดวกสบายญาติโยมก็มาถวายสะดวก ทำบุญก็ปลื้มใจได้ง่าย ตามระลึกถึงบุญได้ง่ายและมีศรัทธาเพิ่มพูนในพระพุทธศาสนา

      เมื่อเราต่างก็ได้ผลพลอยได้จากท่านมาแล้วก็จะได้อาศัยผลพลอยได้นี้ไปตั้งหลัก ที่จะไปทำอะไรที่เป็นผลหลักของเราจริงๆถ้าอย่างนี้ก็จะเป็นบุญต่อบุญกันเรื่อย ๆไม่รู้จบแล้วก็จะกลายเป็นอายุพระพุทธศาสนาอย่างที่เราทำกันอยู่นี้เวลาถวายสังฆทานไม่ว่าพระจะนั่งอยู่ตรงอาสนะไหนก็รับหน้าญาติโยมได้ทุกทิศ ซึ่งเป็นความเรียบร้อยและน่าเลื่อมใสให้เราดูเอาไว้ก็แล้วกันว่าหลักการในการทำงานมีบุญของเราเป็นตัวตั้ง นอกนั้นเป็นผลพลอยได้

       เมื่อทำงานโดยเอาบุญเป็นตัวตั้งแล้วจะไม่มีขัดกัน จะไปด้วยกันได้ทุกส่วน ตรงนี้เป็นความแปลกเอาบุญเป็นตัวตั้งเหมือนอย่างกับเอาดวงอาทิตย์เป็นตัวตั้ง เวลาเราเดินไปไหนเหมือนดวงอาทิตย์ตามไปด้วยแล้วก็ไม่มีใครบังใครทั้งนั้น  เพราะว่าดวงอาทิตย์อยู่ข้างบนไม่ว่าองศาของดวงอาทิตย์จะเป็นอย่างไรก็อยู่เหนือศีรษะมนุษย์หมด ไม่มีใครใหญ่กว่าใครไม่มีใครมาบังมาเบียดใครเมื่อเอาบุญเป็นตัวตั้งอย่างจริงจังแล้ว จะไม่มีการบังการเบียดใครจะมีแต่ได้ประโยชน์กับได้ประโยชน์กันทุกคนทุกฝ่ายเลย

     นี้แหละจะเป็นกำลังใจให้เราทำงานนั้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย



- ส่วนหนึ่่งจากรายการ : หลวงพ่อตอบปัญหา -

แชร์