ระวัง “ตับพัง” ในช่วงโควิด เมื่อการกิน ‘อาหารเสริม-สมุนไพร’
คาดเดาได้เลยว่า หากมนุษย์ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในโลกนี้จะมีคน “ตับพัง” เพิ่มขึ้นอีกมากมายในอนาคตอันใกล้ http://winne.ws/n28045
ตับเป็นอวัยวะสำคัญมากๆ ของร่างกาย แต่คนไม่ค่อยสนใจนัก เนื่องจากมันเป็นอวัยวะที่เรียกได้ว่า “อึด” ที่สุดอย่างหนึ่งในร่างกาย
เรียกได้ว่า “พัง” ไปแค่ไหน โดยทั่วๆ ไป ตับก็จะฟื้นตัวกลับมาทำงานได้ตามปกติ
แต่มันก็มีบางภาวะจริงๆ ที่จะทำให้ตับพังแบบถาวรได้ และแทบจะร้อยทั้งร้อย ตับจะพังหรือไม่ มันเกิดจาก “พฤติกรรม” ของเราเอง (ในทางสถิติมีส่วนน้อยมากๆ ที่เกิดจากสาเหตุอื่น)
แน่นอน ถ้าพูดถึง “พฤติกรรมที่ทำให้ตับพัง” ทั่วๆ ไปทุกคนก็จะนึกถึงการกินเหล้า ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะการกินเหล้าอย่างต่อเนื่องยาวนานในอัตราที่มากกว่าตับจะฟื้นตัวไหว มันก็ทำให้ตับเกิดพังผืด และทำงานไม่ได้ตามปกติ
หรือที่เรียกกันในภาษาชาวบ้านว่า “ตับแข็ง” (liver cirrhosis)
แต่ถามว่าเรา “ตับพัง” ได้จากแค่การกินเหล้าเหรอ?
คำตอบคือ “ไม่ใช่” เราตับพังจากอย่างอื่นก็ได้ และสาเหตุที่สำคัญมากๆ ที่รู้กันดีในทางการแพทย์ก็คือตับพังจากการ “กินยา” ไปจนถึง “การกินอาหารเสริม”
แต่ตรงนี้เราต้องกลับไปเข้าใจเบสิคกันก่อน
เรื่องของ “ตับ” ที่ควรรู้
ตับมีไว้ทำไม? นี่เป็นคำถามพื้นฐานเดียวกับร่างกายที่หลายคนไม่รู้
คำตอบที่เร็วๆ คือ ย่อยสลายไขมันและกำจัดของเสีย แต่ตรงนี้เราต้องรู้จักระบบ “กำจัดของเสีย” ของร่างกายก่อน
ซึ่ง “ของเสีย” ที่ว่า ไม่ใช่ของเสียที่วิ่งผ่านระบบทางเดินอาหารเท่านั้น แต่เป็น “ของเสีย” ที่เข้าไปในกระแสเลือด หรือ “สารอาหาร” ส่วนที่เกินกว่าที่ร่างกายต้องการด้วย
เรื่องที่ควรรู้คือร่างกายมนุษย์มีความยืดหยุ่น เรากินอะไรก็ได้ ร่างกายก็ดูดซึมไป ถ้าร่างกายไม่ต้องการ มันจะจัดการของมันเองโดยไม่ต้องสั่งการจากสมอง แต่เป็นไปแบบอัตโนมัติ
คำถามคือส่วนที่ไม่ต้องการ ร่างกายจะทำไง?
คำตอบคือ ร่างกายก็ต้องกำจัดออก และสำหรับสารต่างๆ ที่เข้าไปในระบบเลือดและวิ่งไปทั่วร่างกายแล้ว มันมีสองอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดสารที่เกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ซึ่งเราเรียกรวมๆ ว่า “ของเสีย” (แม้ว่าจริงๆ มันจะไม่ใช่ “ของเสีย” ในแง่ที่ว่ามันเป็นพิษโดยตัวมันเอง เพราะมันก็คือ “ของมีประโยชน์” นี่แหละ แค่มันเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ เลยต้องกำจัดออก)
สองอวัยวะที่ว่าคือ “ไต” และ “ตับ” ซึ่งการทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง และพื้นฐานคือมันดีลกับสารคนละชนิด
ถ้าจะอธิบายง่ายๆ “ไต” เป็นอวัยวะที่ดีลกับสารหรือ “ของเสียที่ละลายในน้ำ” ส่วน “ตับ” เป็นอวัยวะที่ดีลกับสารหรือ “ของเสียที่ละลายในไขมัน”
และนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะในการระบาดของโควิด ณ ปัจจุบัน คนเฒ่าคนแก่จำนวนมากที่เชื่อใน “สมุนไพรไทย” ก็ไม่ได้แค่กักตุน “ฟ้าทะลายโจร” เท่านั้น แต่ยังมีการ “กินล่วงหน้า” อย่างบ้าคลั่งด้วย ถ้าคิดว่าตัวเองติดโควิดไปแล้ว หรือบางคนกินเข้าไปเพื่อ “ป้องกัน” ก่อนที่จะเป็นอะไรด้วยซ้ำ
และก็คงไม่ต้องบอกว่านี่เป็นสัญญาณหายนะ เพราะมันเริ่มเกิดขึ้นแล้ว ภาวะที่คนแก่ๆ เริ่มป่วยจริงๆ ต้องการยาแผนปัจจุบัน แต่ตรวจค่าตับไป ปรากฏว่าไม่สามารถให้ยาแผนปัจจุบันได้ เพราะตับอ่อนแอเกินไป ซึ่งสืบสาวไปมา เหตุที่ “ตับพัง” ก็เพราะกิน “ฟ้าทะลายโจร” มากเกินไป
ซึ่งปัญหามันก็อาจย้อนมาว่า พวก “ยาสมุนไพรแผนไทย” ไม่ได้มีการกำกับดูแลแบบพวก “ยาอันตราย” ของตะวันตกอื่นๆ ซึ่งคนคิดจะกินก็กิน ไม่มีลิมิต และด้วยชื่อว่า “สมุนไพร” ของมัน คนก็กินกันสนุก คิดว่ามันคือ “อาหาร” แต่จริงๆ ไม่ใช่ มันคือ “ยา” ที่กินมากไป ไม่ว่ายาดีแค่ไหน ก็ทำให้ตายได้ทั้งนั้น
และถามว่าเรื่องพวกนี้จะหนักน้อยลงในไทยและในโลกหรือไม่? ตอบเลยว่า “ไม่” เพราะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มันก็ยิ่งทำให้ประชากรที่กิน “อาหารเสริม” และ “สมุนไพร” เพื่อประคองร่างกายเยอะขึ้นเรื่อยๆ และคนไม่น้อยก็ทำอย่างไม่ได้มีความรู้ที่เหมาะสม ซึ่งปลายทางของวิถีแบบนี้ก็คือภาวะ “ตับพัง” ที่ว่านี่แหละ
อ้างอิง: IFLS!. Dietary Supplements Causing Severe Liver Injuries – Some Requiring Transplants – On The Rise. https://bit.ly/2UmWYvX
Wikipedia. https://bit.ly/3AGVeNA
