“ทิ้งเหว – ใส่ปากงู – ให้เขากู้ – ฝังดินไว้ – ใช้หนี้เก่า”วิธีการแบ่งทรัพย์ของพระพุทธเจ้า
หลักเกี่ยวกับการใช้จ่ายเลี้ยงชีพของศาสนาพุทธ เป็น “สมชีวิตา” นั้นคือ ให้แบ่งทรัพย์ที่หามาได้เป็น ๕ ส่วน ดังนี้ “ทิ้งเหว – ใส่ปากงู – ให้เขากู้ – ฝังดินไว้ – ใช้หนี้เก่า” http://winne.ws/n13050
ทีฆชาณุสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกายอัฎฐกนิบาต เล่ม๔ - หน้าที่ ๕๖๐
ดูก่อนพยัคฆปัชชะ ก็สมชีวิตาเป็นไฉน กุลบุตรในโลกนี้ รู้ทางเจริญแห่งทรัพย์และทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะไม่ให้ฟูมฟายนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ด้วยคิดว่า รายได้ของเราจักต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่ายของเราจักต้องไม่เหนือรายได้ ดูก่อนพยัคฆปัชชะ เปรียบเหมือนคนชั่งตราชั่ง หรือ ลูกมือคนชั่งตราชั่ง ยกตราชั่งขึ้นแล้ว ย่อมลดออกเท่านี้ หรือต้องเพิ่มเข้าเท่านี้ ฉันใด กุล-บุตรก็ฉันนั้นเหมือนกัน รู้ทางเจริญและทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ. ไม่ให้ฟูมฟายนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ด้วยคิดว่ารายได้ของเราจักต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่ายของเราจักต้องไม่เหนือรายได้ ดูก่อนพยัคฆปัชชะ ถ้ากุลบุตรผู้นี้มีรายได้น้อย แต่เลี้ยงชีวิตอย่างโอ่อ่า จะมีผู้ว่าเขาว่า กุลบุตรผู้นี้ใช้โภคทรัพย์เหมือนคนเคี้ยวกินผลมะเดื่อ ฉะนั้น ก็ถ้ากุลบุตรผู้ที่มีรายได้มาก แต่เลี้ยงชีพอย่างฝืดเคือง จะมีผู้ว่าเขาว่า กุลบุตรผู้นี้จักตายอย่างอนาถา แต่เพราะกุลบุตรผู้นี้รู้ทางเจริญและทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ ไม่ให้ฟูมฟายนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ด้วยคิดว่า รายได้ของเราจักต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่ายของเราจักต้องไม่เหนือรายได้ดูก่อนพยัคฆปัชชะ นี้เรียกว่า สมชีวิตา.
http://www.dhammahome.com/webboard/topic/13431
หลักเกี่ยวกับการใช้จ่ายเลี้ยงชีพของศาสนาพุทธ เป็น “สมชีวิตา” นั้นคือ ให้แบ่งทรัพย์ที่หามาได้เป็น ๕ ส่วน ดังนี้
“ทิ้งเหว – ใส่ปากงู – ให้เขากู้ – ฝังดินไว้ – ใช้หนี้เก่า”
๑. ใช้หนี้เก่า ๑ ส่วน คือ ให้บำรุงเลี้ยงดูบุพพการี บิดามารดา ญาติ พี่น้องและมิตรสหาย
๒. ทิ้งลงเหว ๑ ส่วน คือ สำหรับใช้จ่ายบริโภค
๓. ใส่ปากงู ๑ ส่วน คือ ให้ภรรยาเก็บไว้ยามขาดแคลน และป่วยไข้ ได้รักษา ซึ่งไม่รู้ว่าวันข้างหน้า จะเป็นอย่างไร จะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่ บุตรจะเลี้ยงเราหรือไม่ ยามแก่ไม่ทราบ
๔. ให้เขากู้ ๑ ส่วน คือ ให้เลี้ยงดูบุตรธิดาศึกษาเล่าเรียน
๕. ฝังดินไว้ ๑ ส่วน คือ ให้ทำบุญ ให้ทาน ฝากไว้ในพระพุทธศาสนา ทำลายมัจฉริยะตระหนี่ ประโยชน์ในภพหน้า เรียกว่า สัมปรายิกัตถะประโยชน์ หมายถึงข้อปฏิบัติ 4 ประการ เพื่อผลมุ่งหมายหรือ ประโยชน์ภายหน้าอันได้แก่ ความมีจิตใจเจริญงอกงาม ด้วยคุณธรรมความดี ทำให้ชีวิตนี้มีค่า และเป็นหลักประกันชีวิตในภพหน้า เป็นประโยชน์ขั้นสูง ขึ้นไปจากทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์
https://www.facebook.com/THANVEE.SHOP/posts/685666594844830
ใครที่คิดว่า ค่าใช้จ่ายยังไม่สมดุล ลองทำตามพระพุทธองค์ดูค่ะ
