ความหมาย"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"

แล้วเราก็รับว่า สาธุ...สาธุ...สาธุ ส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าหมายถึงอะไร เข้าใจเอาว่า สาธุไปตามรูปแบบพิธีกรรม ความจริงไม่ใช่ ถ้ารู้ความหมาย จะลึกซึ้ง คือพระท่านบอกให้คนที่รับศีลไปนั้น เมื่อรับแล้ว-รักษาได้ดีแล้ว อานิสงส์จะเกิด ดังนี้ http://winne.ws/n20194

9.6 พัน ผู้เข้าชม
ความหมาย"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"แหล่งภาพจาก ข่าว ธรรมะ Dhamma News - DMC.tv

เวลาพระให้ศีล จะลงท้ายด้วยคำว่า

"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"

แล้วเราก็รับว่า สาธุ...สาธุ...สาธุ ส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าหมายถึงอะไร เข้าใจเอาว่า สาธุไปตามรูปแบบพิธีกรรม ความจริงไม่ใช่ ถ้ารู้ความหมาย จะลึกซึ้ง คือพระท่านบอกให้คนที่รับศีลไปนั้น เมื่อรับแล้ว-รักษาได้ดีแล้ว อานิสงส์จะเกิด ดังนี้

สีเลนะ สุคะติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงสุคติ

สีเลนะ โภคะสัมปะทา = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์

สีเลนะ นิพพุติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน

ตัสมา สีลัง วิโสทะเย = เพราะเหตุนั้น พึงชำระศีลให้หมดจด

เห็นมั้ย...อย่าทำเป็นเล่นไป...

รักษาศีลจะไม่ตกนรก รักษาศีลจะมีเครื่องกิน-เครื่องใช้ ทรัพย์สินเงินทอง และศีลที่รักษาดีแล้ว จะทำให้ถึงพระนิพพานได้

แล้วพระท่านก็ย้ำ "ตัสมา สีลัง วิโสทะเย" คือพระบอกว่า เพราะเหตุนี้ พวกท่านทั้งหลาย พึงรักษาศีลให้หมดจด!

พระที่บอกนี้ .............

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสบอกไว้ ณ ครั้งพุทธกาล

ที่มา: ไทยโพสต์ออนไลน์ 17 ต.ค. 2560 

ความหมาย"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"แหล่งภาพจาก โรงเรียนนครไตรตรึงษ์

สรุปอานิสงส์ของศีล

      1. โภคสมฺปทํ เป็นเหตุให้ได้ทรัพย์สมบัติ สามารถบริโภคใช้สอยทรัพย์ที่เกิดมีแก่ตนได้เต็มอิ่มโดยไม่ต้องหวาดระแวงอะไร

      2. กลฺยาณกิตฺตึ เป็นเหตุให้มีชื่อเสียงดี มีเกียรติคุณฟุ้งขจรไปว่าเป็นคนไว้ใจได้ ทำให้มีอนาคตดีเพราะได้รับความไว้วางใจในความประพฤติ

      3. สมุหวิสารหํ เป็นเหตุเป็นคนแกล้วกล้า อาจหาญ สง่าผ่าเผย ในเวลาเข้าสังคม

      4. อสมฺมุฬฺหํ เป็นเหตุให้เป็นคนไม่หลงลืมสติ ไม่หลงเพ้อดิ้นรนเวลาใกล้ตาย

      5. สุคติปรายนํ เป็นเหตุให้เข้าถึงสุคติภูมิ เมื่อตายไปแล้ว                 

ทำไมต้อง สมาทานศีล 5      

       ศีล 5 จัดเป็นศีลพื้นฐานเบื้องต้นที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมทุกหมู่เหล่า เพราะเป็นการ ป้องกันความโหดเหี้ยม ความเห็นแก่ตัว ความมักมากในกาม ความไม่จริงใจต่อกัน และความเผลอสติมัวเมามิให้เกิดขึ้นกับบุคคลในสังคมนั้น ๆ ดังนั้น หากคนในสังคมต่างมีศีล 5 ด้วยกันแล้ว ก็เป็นหลักประกันได้ว่าสังคมนั้นจะมีแต่ความสงบสุขอย่างแท้จริง สังคมจะอยู่ด้วยความรักความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และเป็นมิตรกันได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา และเพศพรรณ

อ่านต่อได้ที่: https://www.dmc.tv/pages/buddha_biography/ศีล-5-การสมาทานศีล-5-วิธีรับศีล-5.html

แชร์