“แบคทีเรียที่มีประโยชน์” นอกจากส่งผลดีต่อการย่อยอาหาร ยังอาจลดอาการซึมเศร้าได้
ผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่สดใสเรื่องการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตและความเจ็บป่วยในระบบย่อยอาหาร http://winne.ws/n16843
การศึกษาชิ้นใหม่จากมหาวิทยาลัย McMaster ในแคนาดาชี้ว่า“แบคทีเรียที่มีประโยชน์” หรือ Probiotics นอกจากจะส่งผลดีต่อการย่อยอาหารช่วยเรื่องระบบขับถ่ายของมนุษย์แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตและอาจลดอาการซึมเศร้าได้ด้วย
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย McMaster ในออนตาริโอ ในประเทศแคนาดาพบว่าแบคทีเรียที่มีประโยชน์เหล่านี้สามารถส่งผลต่อการสื่อสารของระบบในร่างกายไปสู่สมองและช่วยให้ผู้ที่มีความสภาพจิตใจที่หดหู่มีความรู้สึกที่ดีขึ้นได้
นักวิจัย Presmysl Berick กล่าวว่า ประมาณร้อยละ 40 ถึง 90 % ของผู้ที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหา ยังป่วยด้านอารมณ์ด้วยกล่าวคือบางคนมักรู้สึกกระวนกระวายและหดหู่ เขากล่าวว่าเมื่อผู้ป่วยที่ปวดท้องได้รับยา “โพรไบโอติกส์”ระดับความไม่สบายใจและอาการซึมเศร้าลดลงด้วย
คณะทำงานของเขาศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ป่วย 44รายที่ระบบการย่อยอาหารมีปัญหา ซึ่งมีอาการกระวนกระวายและหดหู่ในระดับปานกลาง ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับยา“โพรไบโอติกส์”ที่ชื่อ “Bifidobacteriumlongum” และที่เหลือรับยาที่ไม่มีผลต่อร่างกายหรือยาหลอก จากนั้นนักวิจัยเก็บศึกษาผลการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลา10 สัปดาห์
ในตอนต้นนักวิจัยวัดระดับความรู้สึกซึมเศร้าและกระวนกระวายใจของคนไข้ด้วยนอกจากนั้นมีการเก็บข้อมูลภาพปฏิกิริยาของสมองในสภาพจิตใจที่สดใสและตอนที่หดหู่ด้วย
ผลปรากฏว่าในสัปดาห์ที่ 6 ร้อยละ 64ของคนไข้ที่มีปัญหาปวดท้องและรับยา “Bifidobacterium longum” มีระดับความหดหู่ใจลดลง เทียบกับร้อยละ32 ในกลุ่มที่รับยาหลอก
และการศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงของปฏิกิริยาในสมองชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในบริเวณของสมองที่ทำงานด้านควบคุมอารมณ์ในกลุ่มคนไข้ที่รู้สึกดีขึ้น อาจารย์ Berick กล่าวว่า "การวิจัยเรื่องนี้ควรขยายตัวอย่างการศึกษาเพื่อยืนยันข้อสรุปที่ว่ายา“โพรไบโอติกส์”ช่วยปรับอารมณ์ของผู้ป่วยให้ดีขึ้นจากอาการซึมเศร้าและกระวนกระวายใจ" เขากล่าวว่าผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่สดใสเรื่องการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตและความเจ็บป่วยในระบบย่อยอาหาร
สาร “Bifidobacterium longum” ถูกสกัดและทดสอบโดยนักวิทยาศาสตร์ของบริษัทNestle ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินต่อการศึกษาชิ้นนี้และสารดังกล่าวยังไม่มีจำหน่ายตามท้องตลาดในขณะนี้ รายงานชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการGastroenterology
(รายงานโดย Jessica Berman / รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียง)
ที่มา : www.voathai.com/a/probiotics-depression-ro/3872061.html
โปรไบโอติกส์(อังกฤษ: Probiotics) หมายถึงแบคทีเรียในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ ในรูปที่เป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เมื่อรับประทานด้วยปริมาณที่พอเหมาะจะส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภคเช่น โยเกิร์ต และนมเปรี้ยวหลากหลายยี่ห้อในท้องตลาดแต่ไม่นับรวมถึงนมเปรี้ยวพร้อมดื่มประเภทยูเอชทีเพราะไม่มีแบคทีเรียกรดนมเหลืออยู่ เนื่องจากผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่ความร้อนสูงนอกจากผลิตภัณฑ์สำหรับคนแล้วยังมีโปรไบโอติกส์สำหรับเสริมสุขภาพของปศุสัตว์และประมง ออกจำหน่ายด้วยอย่างไรก็ตามปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักเนื่องจากในโปรไบโอติกส์มีสารเฉพาะที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายและช่วยป้องกันการท้องผูกด้วย
สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย ตีแพร่บทความออกมาฉบับหนึ่งระบุว่าปัจจุบันทุกคนรวมทั้งแพทย์ และนักโภชนากรได้ให้ความสนใจเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ (functionalfood) เป็นอย่างมากเนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และช่วยป้องกันโรคต่างๆรวมทั้งโรคมะเร็งได้ ซึ่งทั้ง โปรไบโอติกส์, พรีไบโอติกส์และซินไบโอติกส์ จัดอยู่ในอาหารกลุ่มนี้ด้วย
โปรไบโอติกส์คืออะไร? มีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้าง?
ตามเกณฑ์ขององค์การด้านอาหารและเกษตรของสหรัฐอเมริกา(Food and Agriculture Organization, FAO) ระบุว่า โปรไบโอติกส์ (probiotics)คือ จุลชีพที่มีชีวิติ (สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กมากๆ ที่สำคัญ คือ แบคทีเรีย)ซึ่งเมื่อบริโภคในปริมาณเหมาะสมจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีโดยปัจจุบันที่ยอมรับมีแบคทีเรีย 2 ชนิดที่มีคุณสมบัติเป็น โปรไบโอติกส์ ได้แก่แบคทีเรียชนิดแลคโตบาซิลลัส (lactobacillus) และชนิดบิฟิโดแบคทีเรียม(bifidobacterium) ซึ่งแบคทีเรียทั้งสองชนิดดังกล่าวยังแบ่งออกเป็นอีกหลายสายพันธ์ย่อยๆแต่มีเพียงบางสายพันธ์ย่อยเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็น โปรไบโอติกส์ ดังนั้นอาหารโปรไบโอติก คือ อาหารที่มีส่วนผสมของโปรไบโอติกส์ ซึ่งที่เราคุ้นเคย คือนมเปรี้ยว และโยเกิร์ต
โปรไบโอติกส์ โดยทั่วไปเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น (normalflora) ในลำไส้ใหญ่ของทุกคน ซึ่งในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ของทุกคนมีแบคทีเรียประจำถิ่นหลากหลายชนิดรวมกันอยู่เป็นหลายๆ ล้านตัวคิดเป็นสัดส่วนมีสูงกว่าเซลล์ต่างๆ ในร่างกายถึง 10 เท่า โดยมีอยู่น้อยกว่ามากในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่มีอยู่มากมายในลำไส้ใหญ่ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีขึ้นกับสมดุลของแบคทีเรียเหล่านี้กับเซลล์เยื่อบุลำไส้และกับระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย(ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการสร้างในบริเวณลำไส้ต่างๆ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่)
ประโยชน์ของโปรไบโอติกส์ จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่าโปรไบโอติกส์ ในปริมาณที่เหมาะสมได้สมดุล
-ช่วยลดจำนวนของแบคทีเรียที่ก่อโรค
-ช่วยกำจัดสารพิษต่างๆ รวมทั้งสารก่อมะเร็ง
-ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคโดยเฉพาะโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร โรคท้องเสียในเด็กอ่อนโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
-ช่วยลดการอักเสบในลำไส้
-ช่วยสร้างและช่วยการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่หลายชนิด เช่น วิตามิน เค (ช่วยการแข็งตัวของเลือด) และวิตามิน บี
-ช่วยลดโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้และอาจช่วยลดการดูดซึมไขมัน คอเรสเตอรอล (cholesterol)
โทษของโปรไบโอติกส์
โทษของโปรไบโอติกส์มักจะเกิดจากการได้รับโปรไบโอติกส์จำนวนมากเกินไปหรือได้รับโปรไบโอติกส์ในขณะมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ เช่น ในขณะได้ยาเคมีบำบัดหรือ ขณะมีเม็ดเลือดขาวต่ำ โปรไบโอติกส์ เหล่านี้จึงอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้และมีรายงานเป็นการติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยทุกโรครวมทั้งโรคมะเร็ง เมื่อจะบริโภคอาหารที่มีโปรไบโอติกส์ ควรปรึกษาแพทย์/พยาบาลก่อนซึ่งในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และ/หรือ มีเม็ดเลือดขาวต่ำแพทย์มักแนะนำงดการบริโภคโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวเสมอนอกจากนั้นเมื่อบริโภคในปริมาณสูงยังอาจเกิดโรคอ้วนจากการบริโภคอาหารไขมันปริมาณสูง
เขียนโดย THE IDOL POWER ที่มา : e-marketer-online.com/โปรไบโอติกส์-แบคทีเรีย

