ผ้าเหลืองห่มป่า ล้านศรัทธา ที่รอจากภาครัฐ

ย้อนกลับไปในอดีตเพียง10 ปีเศษ รัฐบาลและ กรมป่าไม้ยังมีนโยบายทำงานร่วมกับ พระป่าในการรักษาฝืนป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน http://winne.ws/n5904

1.8 พัน ผู้เข้าชม
ผ้าเหลืองห่มป่า ล้านศรัทธา ที่รอจากภาครัฐ

ย้อนกลับไปในอดีตเพียง10 ปีเศษ รัฐบาลและ กรมป่าไม้ยังมีนโยบายทำงานร่วมกับพระป่าในการรักษาฝืนป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน พระภิกษุสงฆ์และหน่วยงานรัฐร่วมทำ"โครงการปลูกป่ารักษาแหล่งน้ำ"น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องป่าและน้ำรวมถึงการ "ปลูกป่าในใจคน" มาปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ชุมชนและนักเรียน ใช้ผ้าเหลืองห่มป่า เช่น ผ้าจีวรที่ผ่านพิธีสืบชาตาป่า มาผูกกับต้นกล้าไม้ ร่วมพิธีมัดใจใส่ป่า โดยเชื่อมโยงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนเข้ากับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 


พระสงฆ์ที่บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่า ท่านช่วยเฝ้าป่าตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเสียค่าจ้างสักบาทเดียว แถมยังช่วยปลูกป่าเพิ่ม และเอาผ้าเหลืองที่ไม่ได้ใช้แล้วไปห่มต้นไม้ใหญ่ทำให้ชาวบ้านผู้ลักลอบตัดไม้ ไม่กล้าตัด กลัวว่าจะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลัวจะมีเทวดาคุ้มครองอยู่ ซึ่งได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อ


ผ้าเหลืองห่มป่า ล้านศรัทธา ที่รอจากภาครัฐ

แต่ทำไมเมื่อมาถึงยุคพ.ศ. นี้ ภาครัฐไม่ได้มีการสนับสนุนพระสงฆ์ในการปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่ป่าไม้อย่างเป็นรูปธรรม ตรงกันข้ามกลับมีหน่วยงานรัฐเข้ามา ขับไล่พระป่าออกจากป่า อย่างมากมาย หลายกรณี ต่างกรรมต่างวาระ บางแห่งไล่รื้อทุบทำลายศาสนสถานที่ชาวพุทธรวมใจกัน บริจาคสร้างขึ้นมาเพื่อให้ พระภิกษุ และชาวพุทธ บำเพ็ญธรรม ปฏิบัติภาวนา
    

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับชาวพุทธที่สร้างความสะเทือนใจ กระทบกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันดีงาม และชาวพุทธหลายท่านเลยตั้งคำถามกับทางราชการว่า"ทำไมถึงดำเนินการแบบนี้กับคณะสงฆ์โดยไม่มีการประนีประนอมแม้แต่น้อย"

ผ้าเหลืองห่มป่า ล้านศรัทธา ที่รอจากภาครัฐแหล่งภาพ : Nation TV22

และข่าวที่สร้างความสะเทือนใจพร้อมคำถามมากมายจากชาวพุทธ คือเมื่อวันที่25 กรกฎาคม ที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลได้มอบโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดเพื่อแก้ไขปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บริเวณเทือกเขาบูโด – สุไหงปาดี จำนวน 800 ราย จำนวน 1,000แปลง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย 6 อำเภอ คืออำเภอรือเสาะ ระแงะ บาเจาะ ยี่งอ สุไหงปาดี และเจาะไอร้อง

คำถามที่เกิดขึ้นตามมาจากข่าวนี้คือ "ภาพที่ติดตาชาวพุทธอยู่ขณะนี้คือภาครัฐกำลังใช้กองกำลังไล่พระออกจากป่า เพื่อขอคืนพื้นที่ แต่ทำไมวันนี้จึงกลับไปมอบที่ดินถึง 1,000 แปลง แก่พี่น้องในศาสนิกอื่น ในเมื่อคนไทยขณะนี้จำนวนมากยังขาดที่ทำกิน" ภาพนี้จึงเป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจของหลายคน ว่า" มีการเหลื่อมล้ำกันในด้านสิทธิที่ควรจะได้รับอย่างเทียมกันหรือไม่"

 เวลานี้จึงอยากให้ภาครัฐกลับไปทบทวนนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง “พุทธอุทยาน” เพื่อการอนุรักษ์และบำเพ็ญสมณธรรมข้อหกที่ว่า “ให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนพระสงฆ์ในการปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่ป่าไม้โดยมิต้องขออนุญาตแต่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่นั้นทราบเพื่ออำนวยความสะดวกและอุปฐากตามสมควร”

 มาถึงตรงนี้ไม่ใช่เพื่อจับผิดรัฐบาลแต่อย่างใดแต่อยากจะขอความเมตตาจากภาครัฐกลับมาทบทวนและใช้วิธีประนีประนอมกับพระป่าทั้งหลายที่อาศัยพื้นที่ป่าในการปฏิบัติศาสนากิจอยู่ ณ เวลานี้ เปลี่ยนยุทธวิธีจากการบุก เป็นเข้าไปกราบทำความเข้าใจ หากที่ใดยังไม่ถูกกฎหมาย พอจะมีทางที่จะปรับที่พักสงฆ์ ที่อยู่ในป่า เข้าร่วมโครงการ“พุทธอุทยาน” อย่างถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายได้หรือไม่ ซึ่งเป็นการรักษาประโยชน์ส่วนรวมไว้โดยเฉพาะเป็นการรักษาพระสงฆ์ให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ธรรมะควบคู่ไปกับการอบรมสั่งสอนให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสืบต่อไป

แหล่งข้อมูล:

1.ข่าวทำเนียบรัฐบาล

http://www.thaigov.go.th/index.php/government-th1/item/105363-id105363/th/program3.html

2."มัดใจใส่ป่า สืบชาตาสายน้ำ" ภูมิปัญญาล้านนา...สู่วิถีอนุรักษ์

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/98430

3. รวบรวม ข้อมูล สำนักสงฆ์ พระป่า ฯลฯ จาก สำนักข่าวเพื่อการตื่นรู้

4.ทสจน่าน และชาวตำบลทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ทำพิธีบวชป่า แจกผ้าห่มกันหนาวให้แก่ราษฎร ในพื้นที่ห่างไกล ตามแนวชายแดน เพื่อเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

http://pr.prd.go.th/nan/ewt_news.php?nid=1873&filename=index/FORTICLIENT_CONTINUE

5.จากแรงศรัทธาสู่การ “บวชป่าชุมชน”

http://www.thaihealth.or.th/Content/31337

ผ้าเหลืองห่มป่า ล้านศรัทธา ที่รอจากภาครัฐ
แชร์