"หลวงปู่คำคะนิง"เห็น "นรก" มากับตา !!! ใครเล่นชู้พึงระวัง

ลงโทษในเมืองนรกไม่มีตาย มีแค่วิสัญญีภาพชั่ววูบเดียว ! แล้วก็ฟื้นขึ้นมารับการทรมานต่อ หรือร่างกายแหลกสลายด้วยอานุภาพไฟนรก แต่ชั่วพริบตาก็เกิดร่างใหม่ขึ้นทดแทนเพื่อจะได้รับการทรมานต่อซ้ำๆ ซากๆ นับพันนับหมื่นปี http://winne.ws/n7352

1.4 หมื่น ผู้เข้าชม
"หลวงปู่คำคะนิง"เห็น "นรก" มากับตา !!! ใครเล่นชู้พึงระวัง

             จากประวัติ “หลวงปู่คำคนิง จุลมณี” วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยว่า มีคราวหนึ่ง หลวงปู่คำคนิงกล่าวว่า ท่านประมาทไปไม่สนใจร่างกายของตนที่เจ็บออดๆแอดๆ มาตลอดพรรษา เมื่อท่านเข้าฌานสมาบัติอยู่ในถ้ำคูหาสวรรค์ ริมฝั่งโขงไปได้สิบกว่าวันแล้ว ไม่ฉันอาหารอะไรเลย ปรากฏว่าสังขารนั้นทนรับไม่ไหว หัวใจหยุดเต้นไปเฉยๆ มีความรู้สึกด้วยสติปัญญาว่า สังขารของเราถึงกาลแตกดับเสียแล้ว แต่ท่านสติยังดี ไม่ตกใจหวั่นกลัวความตายแม้แต่น้อย

                จิตวิญญาณของท่าน ! พอวูบวาบออกจากร่างก็ไปรวดเร็วมาก ไม่สนใจไยดีร่างกายเดิมที่หมอบฟุบอยู่บนอาสนะเลย เหมือนคนเราถอดเสื้อผ้าตัวเก่าทิ้งไว้แล้วไปใส่ชุดใหม่ไปเที่ยวนั่นแหละ !

เมื่อท่านไปถึงนรก และรับผลจากเศษกรรมที่เคยได้กระทำไว้เพียงเล็กน้อย (อ่านเรื่องราวการเสวยผลจากเศษกรรมในนรกของหลวงปู่คำคะนึงได้ที่ : http://panyayan.tnews.co.th/contents/202566/)

 พญายมจึงได้อนุญาติให้ท่านกลับมายังโลกมนุษย์ได้ แต่เมื่อออกมาจากศาลาพันห้องแล้ว ก็เกิดความรู้สึกว่าจะกลับถ้ำคูหาสวรรค์บนโลกมนุษย์เลย ก็เป็นการกลับมือเปล่า ! ควรเที่ยวดูชมเมืองนรกให้เป็นกำไรหูตาประดับสติปัญญาเสียหน่อยก็ดี คิดแล้วก็เดินไป พวกจ่ายมบาลทั้งหลายก็เปิดทาง อำนวยความสะดวกให้นิมนต์เลย พระคุณเจ้าอยากชมดูอะไร ? นิมนต์ตามสบาย หลวงปู่เล่าว่า “พวกจ่ายมบาลนี้ก็เหมือนเสมียนทำงานที่ว่าการอำเภอ หรือ ศาลากลางจังหวัด รวมทั้งเป็นผู้คุมนักโทษในเรือนจำด้วย ทำนองนั้นแหละ! พวกเขามีจำนวนมากทำงานกันว้าวุ่นไม่ได้หยุดหย่อน เดินไปก็เห็นที่คุมขังชั่วคราวเรียงรายสุดสายตา ห้องคุมขังเป็นเหล็กก็รู้ว่าที่นี่เป็นที่คุมขังชั่วคราวรอการตัดสิน ยังไม่ใช่นรกขุมสำคัญๆ”

"หลวงปู่คำคะนิง"เห็น "นรก" มากับตา !!! ใครเล่นชู้พึงระวัง

กรรมกาเม

เดินไปเห็นห้องๆหนึ่งมีนักโทษชายหญิงสองคนชายหนุ่มและหญิงสาวคู้นี้แก้ผ้าเปลือยกายโดยตลอด ยืนเหยียบอยู่บนเหล็กแหลมแดงๆ เผาไฟ เสียบทะลุฝ่าเท้าปากอ้ากว้าง มีเหล็กแดงเผาไฟแดงเสียบตรึงไว้ในลักษณะคล้ายอ้าปากคาบไว้ เบื้องบนศีรษะมีเหล็กแหลมเผาไฟแดงๆ เสียบตรึงกลางกระหม่อมไว้ รอบๆ ข้างมีเหล็กแหลมเผาไฟแดงๆ ทิ่มแทงร่างกาย ใบหน้าหนุ่มสาวทั้งสองบิดเบี้ยว นัยต์ตาเหลือกถลน ส่งเสียงร้องครวญครางอ้อแอ้ บอกถึงความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสสกรรจ์สุดประมาณ กระดิกตัวก็ไม่ได้เพราะเหล็กแหลมเผาไฟแดงๆ ตรึงร่างกายไว้ทุกด้าน เพราะการลงโทษในเมืองนรกไม่มีตาย มีแค่วิสัญญีภาพชั่ววูบเดียว ! แล้วก็ฟื้นขึ้นมารับการทรมานต่อ หรือร่างกายแหลกสลายด้วยอานุภาพไฟนรก แต่ชั่วพริบตาก็เกิดร่างใหม่ขึ้นทดแทนเพื่อจะได้รับการทรมานต่อซ้ำๆ ซากๆ นับพันนับหมื่นปี

หลวงปู่ได้ถามจ่ายมบาลว่า “หนุ่มสาวทั้งสองนี้ทำผิดสถานใด ? ถึงต้องมารับโทษหนักหนาสาโหดในเมืองนรกเช่นนี้ ! ” จ่ายมบาลตอบให้ทราบว่า “หนุ่มสาวทั้งสองนี้สมัยยังมีชีวิตอยู่โลกมนุษย์ เป็นคนเจ้าชู้ ฝ่ายหญิงชอบนอกใจผัว คบชู้สู่ชายไม่เลือก ไม่นับถือศาสนาใดๆ ไม่เชื่อในศีลธรรมคุณงามความดีใดๆ เชื่ออยู่แต่ว่าเกิดมาเพื่อกิน เพื่อถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะ เพื่อสืบพันธุ์ ประเวณี และเพื่อนอนเท่านั้น อย่างอื่นไม่สำคัญ ชาตินี้ต้องหาความสุขใส่ตัวอย่างเดียว ตายแล้วก็หมดกัน ไม่มีชาติหน้า ไม่ต้องใช้เวร ใช้กรรมใดๆ”

บรรยากาศการทัณฑ์ทรมานในยมโลก

"หลวงปู่คำคะนิง"เห็น "นรก" มากับตา !!! ใครเล่นชู้พึงระวัง

“หญิงสาวผู้นี้เป็นมะเร็งในมดลูกตายเมื่ออายุ ๔๐ ปี เมื่อตายแล้วก็มาที่ศาลาพันห้องนี้ เพื่อรอการพิพากษาตัดสินจากพญายมบาลขั้นสุดท้าย แต่ก่อนการพิพากษาตัดสินนั้น ต้องถูกจำจองทรมานแบบนี้ไว้ก่อน”

“ฝ่ายชายหนุ่ม ! เมื่ออยู่ในโลกมนุษย์เป็นคนเจ้าชู้ นักเลงเหล้า นักเลงผู้หญิง หลอกลวงพร่าพรหมจารีหญิง ปลิ้นปล้อนเอาทรัพย์ เป็นคนไม่มีศีลธรรม ไม่นับถือศาสนาใดๆ ถือคติว่า เกิดมาเพื่อกิน เพื่อขับถ่าย  เพื่อเสพกามารมณ์ และเพื่อนอน ตายแล้วสูญ ไม่มีชาติหน้า ไม่มีนรก สวรรค์ ก่อกรรมใดไว้ไม่ต้องใช้กรรม เมื่อถูกสามีของหญิงคนหนึ่งแทงตาย จึงต้องมาที่ศาลาพันห้องนี้ เพื่อรอการพิพากษาตัดสินขั้นสุดท้ายจากท่านพญายมบาล”

หลวงปู่ได้ฟังแล้วก็บังเกิดสลดสังเวช โธ่เอ๋ย ! กรรมของสัตว์หนอ เพราะความโง่ ความหลงผิด ความจองหอง หยิ่งทะนง อวดดื้อถือดีแท้ๆ ของมนุษย์ เมื่อตายแล้วจึงต้องมารับกรรมเช่นนี้ ขนาดยังอยู่ในระหว่างรอตัดสิน ก็ถูกจองจำ หนักหนาสาโหดถึงเพียงนี้ มิทราบว่าหากรับการตัดสินจากยมบาลแล้ว จะได้รับโทษทัณฑ์สถานหนักสักเพียงไหน ?

หลวงปู่จึงถามจ่ายมบาลว่า “อยากสนทนากับหนุ่มสาวทั้งสองที่ถูกจองจำลงโทษจะได้ไหม?” จ่ายมบาลตอบว่า “สำหรับพระคุณเจ้าแล้ว ! อนุญาตให้ซักถามได้” เมื่อจ่ายมบาลกล่าวอนุญาตแล้ว ทันใด ! เครื่องจองจำเหล็กเผาไฟแดงๆ เหล่านั้นก็หลุดออกจากร่างหนุ่มสาวทั้งสองหายวับไป หนุ่มสาวทั้งสองร่างสั่นเทา สั่นเหมือนลูกนกตกน้ำสะอึกสะอื้น น้ำตาไหลพรากอาบหน้า พากันทรุดกายลงกราบเท้าหลวงปู่ อย่างสำนึกในพระคุณท่านที่ช่วยให้หลุดจากเครื่องจำจองทรมานอันทารุณหฤโหด

“หลวงพ่อเจ้าขา ! ช่วยดิฉันด้วย” หญิงสาวร้องวิงวอน ด้วยเสียงสั่นระริกสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารมาก

“สีกาจะให้อาตมาช่วยอย่างไร?” หลวงปู่ถาม

หญิงสาวฟูมฟายน้ำตานองหน้ากล่าวว่า

“ดิฉันยังมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู อายุยังน้อย อยากกลับไปเกิดในโลกมนุษย์อีก หลวงพ่อได้โปรดช่วยให้ดิฉันกลับเข้าไปร่างเดิม ที่ยังไม่ได้เผาด้วยเถิดนะ พระเจ้าค่ะ”

“สีกาตายแล้ว ! เจ้ายังจำชาติที่แล้วของเจ้าสมัยที่เจ้ายังเป็นมนุษย์ได้ดีอยู่หรือ?”

 “ยังจำได้ดีทุกอย่าง เหมือนนอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นจำตัวเองได้ จำลูกได้ จำญาติพี่น้องมิตรสหายได้หมดแต่พูดจากับพวกเขาไม่ได้ เวลาจะไปไหนต้องมีผู้คุมคอยควบคุมตัวไป ก่อนที่ยังไม่ตายนั้น ดิฉันไม่เคยเชื่อเลยที่ว่าความตายไม่ใช่การสิ้นสูญ คิดแต่ว่าตายแล้วก็หมดกัน”

“แท้จริงเรานั้นตายแล้ว แต่เป็นอีกชีวิตหนึ่งคือ ร่างวิญญาณที่ยังสามารถจำความเดิมได้ดีทุกอย่าง”

อาตมภาพอยากจะช่วย แต่เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของท่านพญายมบาล อาตมาจะช่วยสีกาได้อย่างเดียวคือ เมื่อกลับไปเมืองมนุษย์แล้ว จะแผ่ส่วนบุญกุศลมาให้”

หลวงปู่กล่าวฉันท์เมตตา หญิงสาวรู้สึกผิดหวังที่ไม่อาจกลับเข้าไปในร่างเดิมในโลกมนุษย์ได้อีก ส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญโศกเศร้าน่าสังเวช !

ภาพสัตว์นรกที่ถูกฑัณณ์ทรมาน

"หลวงปู่คำคะนิง"เห็น "นรก" มากับตา !!! ใครเล่นชู้พึงระวัง

 หลวงปู่จึงเอ่ยถามชายหนุ่มบ้างว่า “โยมจะให้อาตมภาพช่วยอะไรได้บ้าง?”

ร่างวิญญาณของชายหนุ่มผู้ถูกแทงตาย เพราะเป็นชู้กับเมียผู้อื่น คลานเข้ามากราบลงบนหลังเท้าของหลวงปู่คำคะนิง แล้วร้องไห้คร่ำครวญว่า

“กระผมผิดไปแล้วพระคุณเจ้า ! กว่าจะรู้สึกตัวว่าเป็นคนชั่วช้าก่อกรรมทำเวรกับคนอื่นไว้มาก ก็มารู้เอาเมื่อตายแล้ว ! กระผมไม่ขออะไรมาก ขอให้พระคุณเจ้าแผ่ส่วนกุศลมาให้กระผมบ้าง เพื่อที่กระผมจะได้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจในยามทุกข์”

“ได้ ! อาตมาจะแผ่ส่วนกุศลมาให้”

จากนั้นหลวงปู่ก็ออกเดินต่อไป จ่ายมบาลอธิบายให้ฟังว่า “ในกรงเหล็กที่เป็นแนวยาวเหยียดนี้ คุมขังพวกนักโทษที่รอการตัดสินทั้งนั้น บ้างก็เคยฆ่าพ่อ ตีแม่ บ้างก็ปล้นฆ่า ลักขโมย หลอกลวงปลิ้นปล้อนต้มชาวบ้าน ฉุดคร่าอนาจาร หลอกลวงพระสงฆ์องคเจ้าให้สึกหาลาเพศมาเป็นสามีแห่งตน และที่ทำให้พระต้องปาราชิกก็มี บ้างก็แย่งสามีเขา วายาพิษเมียหลวง มีคดีโทษต่างๆ นับไม่ถ้วน”

“เพราะมนุษย์ชายหญิงทุกวันนี้ไม่เชื่อในบุญในบาป ทำการทุกสิ่งทุกอย่างตามอำเภอใจ ไม่มียับยั้ง บันยะบันยัง ไม่คำนึงถึงศีลธรรมดีงาม คนเหล่านี้เมื่อตายแล้ว จึงต้องพากันหลั่งไหลมาสู่ศาลาพันห้องแน่นขนัดทุกวัน” ฉะนั้น ก่อนที่เราจะเหลือเพียงวิญญาณที่เรียกร้องสุคติภูมิด้วยความสิ้นหวัง จะไม่บังเกิดแก่เราผู้ไม่ประมาทเป็นแน่นอน ด้วยปัจจุบันเร่งรีบสร้าง ทาน ศีล ภาวนา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://thammadeedee.blogspot.com/2011/01/blog-post_928.html

ขอบคุณภาพและเนื้อหา

http://m.tnews.co.th/contents/202583/

ขอบคุณภาพ

www.google.co.th

แชร์