เยือนบ้านพ่อ “เรือนพระประทับ” สุดแสนเรียบง่าย ครั้งเสด็จฯทรงงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ ของชาวจังหวัดยะลา เมื่อมีสถานที่ซึ่งเป็นเรือนพระประทับ รับรองของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ตั้งอยู่ภายในศูนย์พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา อ.เมืองยะลา http://winne.ws/n9212
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ ของชาวจังหวัดยะลา เมื่อมีสถานที่ซึ่งเป็นเรือนพระประทับ รับรองของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ตั้งอยู่ภายในศูนย์พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา อ.เมืองยะลา
โดยปัจจุบัน เรือนพระประทับแห่งนี้ ยังคงถูกดำรงรักษาและบูรณะซ่อมแซม ให้มีสภาพเหมือนเดิมทุกอย่าง เพื่อเป็นศูนย์ศึกษาและเรียนรู้ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ซึ่งศูนย์พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา เป็นผู้ที่ดูแลรักษาบำรุงสถานที่ดังกล่าวนี้ไว้ พร้อมทั้งเปิดให้บุคคลและประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชม พร้อมกับเรียนรู้การทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เมื่อครั้งอดีต
ซึ่งทั้งตัวเรือนพระประทับ และสภาพภายในของเรือนพระประทับ ยังคงมีรูปแบบดั้งเดิม ทั้งโต๊ะเสวย เครื่องเสวย พระบรมฉายาลักษณ์ ห้องพระบรรทม เตียงพระบรรทม ทั้ง 3 ห้อง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ของสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ยังคงถูกดูแลรักษาไว้ในสภาพที่ดีนายอำนวย ศรีระแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เรือนประทับแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงเสด็จมาประทับทั้งหมด จำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2510 ครั้งนั้นเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชดำเนินทรงเยี่ยมพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ และได้ทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ ไว้จำนวน 2 ต้นบริเวณหน้าเรือนพระประทับ
ส่วนครั้งที่ 2 เสด็จมาประทับเมื่อวันที่ 9 มีนาคม - 12 มีนาคม 2511 โดยได้เสด็จมาสมโภชขึ้นระวางช้างเผือก ที่จังหวัดยะลา ได้นำทูลเกล้าถวายให้เป็นช้างคู่พระบารมี และได้ทรงปลูกต้นปาล์มน้ำมันไว้จำนวน 2 ต้น หน้าเรือนพระประทับ และครั้งที่ 3 เสด็จมาประทับเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2515 ซึ่งครั้งนั้นเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ซึ่งได้พระราชดำเนินทรงงาน 3 พระราชกรณียกิจด้วยกัน คือ การสวมพระเกศพระประธานวัดเมืองยะลา ทรงเสด็จมอบปริญญาบัตรให้ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ เสด็จรับมอบที่ดินที่ประชาชนทูลเกล้าถวายให้จัดสร้างพระตำหนักทักษิณราชนิเวศ ที่ จ.นราธิวาส
"ครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในพื้นที่ มีครั้งหนึ่งที่พระองค์ท่าน ได้เปิดโอกาสให้พัฒนากรที่ฝึกอบรมอยู่ได้เข้าเฝ้า และทรงมอบพระราชดำรัสเกี่ยวกับการทำงาน ให้นำเอาหลักวิชาการที่เรียนมาไปปรับใช้ ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ที่เปียกและแห้ง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่พัฒนากรทุกคนต้องนำไปปฏิบัติใช้ อย่ายึดมั่นตำรามากเกินไป และยึดประชาชนเป็นหลักในการทำงาน ยังความปลาบปลื้มปิติใจแก่นักพัฒนากรที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคน" ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา กล่าว
ปัจจุบันเรือนพระประทับ ตั้งอยู่ในศูนย์พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา ถนนสุขยางค์ อ.เมืองยะลา และได้เปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ศึกษาพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ที่เสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบุคคล และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปเยี่ยมชม ศึกษาราชประวัติ พร้อมกับลงนามถวายอาลัยได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
ที่มา news.sanook.com
