พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุถึงการเกิดของสัตวโลกว่า มี ๔ ประเภท

๑. อัณฑชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในไข่] ๒. ชลาพุชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในครรภ์] ๓. สังเสทชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในเถ้าไคล] ๔. โอปปาติกโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดผุดขึ้น] ฯ http://winne.ws/n22123

2.3 พัน ผู้เข้าชม
พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุถึงการเกิดของสัตวโลกว่า มี ๔ ประเภทขอบคุณภาพจาก พลังจิต

พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุถึงการเกิดของสัตวโลกว่า มี ๔ ประเภท 

อ้างอิงจาก : พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
๑๐. สังคีติสูตร (๓๓)  
[๒๖๓] โยนิ (กำเนิด) ๔ อย่าง

๑. อัณฑชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในไข่]

๒. ชลาพุชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในครรภ์]

๓. สังเสทชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในเถ้าไคล]

๔. โอปปาติกโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดผุดขึ้น] ฯ

อ่านสังคีติสูตรได้จาก http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=11&A=4501&Z=7015&pagebreak=0

อ่านอรรถกถาของสังคีติสูตรได้จาก http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=11&i=221

*ในสังคีติสูตรนี้ พระสารีบุตรเป็นผู้แสดง ลักษณะการเกิดของสัตว์ ๔ ประเภทดังกล่าว

กำเนิด ๔

ที่ที่ปฏิสนธิวิญญาณอาศัยเกิด หรือที่ที่สัตว์ทั้งหลายอาศัยเกิดนั้น เรียกว่า กำเนิด หรือ โยนิ 

สัตว์ทั้งหลาย หรือปฏิสนธิวิญญาณทั้ง ๑๙ ดวงนั้น มีที่อาศัยเกิด ๔ ประการ เรียกว่า กำเนิด ๔ หรือ โยนิ ๔ คือ

พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุถึงการเกิดของสัตวโลกว่า มี ๔ ประเภทขอบคุณภาพจาก ladyhealth.com.ua

๑. ชลาพุชกำเนิด ต้องอาศัยเกิดจากท้องมารดา คลอดออกมาเป็นตัวเลย แล้วค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามลำดับ สัตว์ที่เป็นชลาพุชกำเนิด คือ

ก. มนุษย์ 

ข. เทวดาชั้นต่ำ (หมายเฉพาะเทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา ที่มีชื่อว่า วินิ ปาติกอสุรกายและเวมานิกเปรต อสุรกาย ซึ่งปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณกุสลวิบาก เท่านั้น และในข้อใดที่ใช้ว่า เทวดาชั้นต่ำ ก็ขอให้พึงเข้าใจตามนี้ด้วย) 

ค. สัตว์ดิรัจฉาน 

ง. เปรต (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต คือเปรตจำพวกที่ถูกไฟเผาอยู่เสมอ) 

จ. อสุรกาย 

พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุถึงการเกิดของสัตวโลกว่า มี ๔ ประเภทขอบคุณภาพจาก baltana.com

๒. อัณฑชกำเนิด ต้องอาศัยเกิดจากท้องมารดาเหมือนกัน แต่มีฟองห่อหุ้ม คือเกิดมาเป็นไข่ก่อน แล้วจึงแตกจากไข่มาเป็นตัว และค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามลำดับ เหมือนกัน สัตว์ที่เป็นอัณฑชกำเนิด คือ 

ก. มนุษย์ (มีมาในธัมมบทว่า พระ ๒ องค์ ที่เรียกกันว่า ทเวพา ติกเถระ ซึ่งเป็นบุตรของ โกตนกินรีนั้น เมื่อเกิดมาทีแรก ออกมาเป็นฟองไข่ก่อน แล้วจึงคลอดออกมาจากฟองไข่นั้นอีกทีหนึ่ง) 

ข. เทวดาชั้นต่ำ 

ค. สัตว์ดิรัจฉาน 

ง. เปรต (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต) 

จ. อสุรกาย 

ชลาพุชกำเนิด และอัณฑชกำเนิด ทั้ง ๒ ประการนี้ รวมเรียกว่า คัพภเสยยก กำเนิด เพราะต้องอาศัยเกิดในครรภ์มารดาเหมือนกัน ต่างกันแต่เพียงว่า ออกมา เป็นตัวเลย หรือออกมาเป็นฟองก่อน แล้วจึงแตกเป็นตัวภายหลัง 

พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุถึงการเกิดของสัตวโลกว่า มี ๔ ประเภทขอบคุณภาพจาก YouTube

๓. สังเสทชกำเนิด ไม่ได้อาศัยเกิดจากท้องมารดา แต่อาศัยเกิดจากต้นไม้ ดอกไม้ โลหิต หรือที่เปียกชื้นเป็นต้น เกิดมาก็เล็กเป็นทารก แล้วจึงค่อย ๆ เติบโต ขึ้นมา สัตว์ที่เป็นสังเสทชกำเนิด คือ

ก. มนุษย์ (เช่นนางจิญจมาณวิกา เกิดจากต้นมะขาม, นางเวฬุวดี เกิด จากต้นไผ่, นางปทุมวดี เกิดจากดอกบัว , โอรสของนางปทุมวดี รวม ๔๙๙ องค์ เกิดจากโลหิต เป็นต้น) 

ข. เทวดาชั้นต่ำ 

ค. สัตว์ดิรัจฉาน 

ง. เปรต (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต) 

จ. อสรุกาย 

พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุถึงการเกิดของสัตวโลกว่า มี ๔ ประเภทขอบคุณภาพจาก dmc.tv

๔. โอปปาติกกำเนิด ไม่ได้อาศัยเกิดจากท้องมารดา ไม่ได้อาศัยสิ่งใดเกิด แต่ เกิดโดยโผล่ขึ้นมาและโตใหญ่เต็มที่ในทันทีทันใดนั้นเลย สัตว์ที่เป็นโอปปาติกกำเนิด คือ

ก. มนุษย์ มีในสมัยต้นกัปป์ (โลกเพิ่งก่อตัวเสร็จใหม่ๆ)

ข. เทวดาทั้ง ๖ ชั้น (เว้นเทวดาชั้นต่ำ) 

ค. พรหมทั้งหมด 

ง. สัตว์ดิรัจฉาน 

จ. เปรต ( รวมทั้ง นิชฌามตัณหิกเปรตด้วย )

ฉ. อสุรกาย หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ 

๕. มนุษย์ ๑ ภูมิ เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา ๑ ภูมิ (เว้นเทวดาชั้นต่ำ) สัตว์ดิรัจฉาน ๑ ภูมิ, เปรต ๑ ภูมิ (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต), อสุรกาย ๑ ภูมิ รวม ๕ ภูมิ นี้ มีกำเนิดได้ทั้ง ๔ กำเนิด 

๖. เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา ๑ ภูมิ เฉพาะเทวดาชั้นต่ำมีเพียง ๓ กำเนิด คือ ชลาพุชกำเนิด, อัณฑชกำเนิด และสังเสทชกำเนิด (เว้นโอปปาติกกำเนิด) 

๗. เทวดาตั้งแต่ชั้นดาวดึงส์ขึ้นไปรวม ๕ ภูมิ รูปพรหมทั้ง ๑๖ ภูมิ และอรูปพรหมทั้ง ๔ ภูมิ 

นิชฌามตัณหิกเปรต๑ ภูมิ และสัตว์นรก ๑ ภูมิ มีกำเนิดได้อย่างเดียว คือ โอปปาติกกำเนิด เท่านั้น

อธิบายกำเนิดจาก คู่มือการศึกษา วิถีมุตตสังคหวิภาค พระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๕ ว่าด้วยเรื่องกรรม และภพภูมิการเกิดของสัตว์ : http://bundit.info/aphidhamma/prariset5.htmlwww.pantip.com

อ่านต่อได้ที่: http://palungjit.orgthreads/รูปแบบการเกิดของสัตว์ทั้งหมดในวัฏสงสาร-มี-๔-ประเภท.66154/

แชร์