ติวพระนิสิตชาวเมียนมารอบรู้สุขภาพรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ สสส. ร่วมกับภาคีพระสงฆ์ ผลักดันให้เกิดสังคมสุขภาวะได้สนับสนุนจัดอบรมการผลิตสื่อที่จะช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องโควิด-19 http://winne.ws/n27639

445 ผู้เข้าชม
ติวพระนิสิตชาวเมียนมารอบรู้สุขภาพรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

        สสส. จับมือ สช.ไทยพีบีเอส และภาคีสุขภาพพระสงฆ์จัดอบรมพระนิสิตชาวเมียนมา50 รูปดึงทักษะเด่นด้านภาษาช่วยเป็นล่าม-ทำคลิป-ลงพื้นที่รุกงานสร้างความรอบรู้สุขภาพช่วงโควิด-19 ระลอกใหม่ พร้อมให้กำลังใจแรงงานชาวเมียนมาสู้ต่อตั้งเป้า6 พื้นที่เสี่ยงบางขุนเทียน-บางบอน-ภาษีเจริญ-บางแค-จอมทอง-หนองแขม

          ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยามจร. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (ThaiPBS)กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม “อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาพระนิสิตจิตอาสาเพื่อสร้างเสริมฟื้นฟูสุขภาวะแก่แรงงานต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่”โดยมีพระสงฆ์ พระนิสิตเข้าร่วม 50 รูป

ติวพระนิสิตชาวเมียนมารอบรู้สุขภาพรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

       พระเทพวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดี มจร. กล่าวว่า มจร. มีความตระหนักเป็นอย่างดีว่าปัญหาการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อวันที่ 25 มกราคมได้มีการหารือร่วมกับ สสส. สช. และภาคีสุขภาพพระสงฆ์ ถึงแนวทางความร่วมมือการสื่อสารและช่วยเหลือแรงงานเมียนมาซึ่งมีมติเห็นชอบการดำเนินงานใน 4 ข้อ ดังนี้ 

     1. สช. จะเป็นกลไกประสานหน่วยงานภาคีต่าง ๆ สนับสนุนให้พระนิสิตเมียนมามีบทบาทช่วยเหลือ 

    2.สสส. สนับสนุนการจัดอบรมพระนิสิตเมียนมาให้มีความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะการป้องกันโควิด-19 

     3. สสส. ThaiPBSองค์กรพัฒนาเอกชน ร่วมกับพระนิสิต สร้างเครือข่ายการสื่อสาร และผลิตสื่อ และ 

      4.ให้พระนิสิตเมียนมาช่วยสื่อสารความรู้ความเข้าใจต่อแรงงานเมียนมาให้มีความรู้เกี่ยวกับโควิด-19ขณะนี้พระนิสิตเมียนมา50 รูป พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือด้านการสื่อสารสร้างความรู้ด้านสุขภาพและให้กำลังใจแรงงานชาวเมียนมาด้วยกันเป็นอย่างมาก

        นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)เข้ามามีบทบาทในฐานะหน่วยงานกลางสานพลังความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพระนิสิตชาวเมียนมา เพื่อช่วยเหลือด้านการสื่อสารเป็นที่ปรึกษา (Counsellor) และผู้นำทางความคิด (Influencer) ให้กับแรงงานชาวเมียนมา 

          อันจะเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญในการเฝ้าระวัง ช่วยเหลือ และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่โดยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ได้หารือการทำงานพระนิสิตช่วยเหลือแรงงานเมียนมาร่วมกับ กทม.ซึ่งมีข้อสรุปบทบาทพระนิสิตเมียนมา 3 ข้อ คือ 

    1.ช่วยเป็นล่ามแปลภาษาสอบสวนโรคกรณีพบผู้ติดเชื้อด้วยการคุยสามสายและการร่วมทำTimeline 

    2.ช่วยสื่อสารให้ความรู้การป้องกันดูแลสุขภาพกับแรงงานเมียนมาและ 

    3.ลงพื้นที่ให้กำลังใจข้อแนะนำคำปรึกษาช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิต (อาหาร) ตลอดจนกิจกรรมด้านจิตใจ โดยมีแนวทางการทำงานคือ 1.พระนิสิตร่วมกันผลิตสื่อให้กับแรงงานเมียนมาเป้าหมาย โดยให้ความรู้ด้านโควิด-19 ผนวกกับความรู้ทางธรรมะ2.ลงพื้นที่ที่มีแรงงานเมียนมาจำนวนมากและพื้นที่วัดที่แรงงานเมียนมานิยมไปทำบุญจำนวน 6 เขตได้แก่บางขุนเทียน (วัดพรหม)บางบอนภาษีเจริญ (วัดรางบัว/วัดเมืองมะริ) บางแค (วัดสิงห์) จอมทอง(วัดสิงห์)หนองแขม (วัดหนองแขม) และ 3.เชื่อมกลไกการทำงานของเครือข่ายโดยร่วมกับมหาเถรสมาคมจัดประชุมออนไลน์กับวัดในพื้นที่

ติวพระนิสิตชาวเมียนมารอบรู้สุขภาพรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

         ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นมากกับชาวเมียนมาในช่วงโควิด-19 ระลอกใหม่  นอกจากนั้นประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องการสื่อสารระหว่างบุคลากรชาวไทยและแรงงานชาวเมียนมา โดยเฉพาะการทำความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ สสส. ร่วมกับภาคีพระสงฆ์ ที่ถือเป็นภาคีสำคัญในการผลักดันให้เกิดสังคมสุขภาวะได้สนับสนุนจัดอบรมการผลิตสื่อที่จะช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องโควิด-19โดยเน้นผลลัพธ์ 2 ประการ คือ 

     1.สามารถผลิตเป็นคลิปวิดีโอสั้นเพื่อใช้สื่อสารได้ด้วยตนเอง และ 

     2. มีช่องทางการเผยแพร่ขั้นพื้นฐานทางสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ ยูทูบ เฟซบุ๊ก ให้พระสงฆ์สามารถเป็นที่พึ่งส่งต่อกำลังใจแก่แรงงานชาวเมียนมา ด้วยความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพ มาตรการการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันโรคที่สอดคล้องกับมาตรการรัฐและนโยบายที่ประเทศไทยวางไว้ และเพื่อสนับสนุนให้พระสงฆ์เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือนโยบายภาครัฐ ทั้งเรื่องการสื่อสารและเยียวยาด้านจิตใจแก่แรงงานเมียนมาในประเทศไทย

ที่มา https://www.banmuang.co.th/

แชร์