รู้ยัง!! ."พระยูกันดา"ท่านนำพุทธศาสนาจากประเทศไทย ไปเผยแผ่ในทวีปแอฟริกาใต้!?

ความอดทนสู่ความสำเร็จ: ผู้คนในละแวกต่างมองท่านด้วยความคลางแคลงใจ บ้างก็ว่าท่านถูกมนต์ดำ บ้างก็ว่าท่านวิกลจริต บางครั้งเด็ก ๆ ก็ร้องไห้จ้า ด้วยความตกใจ บ้างก็เห็นบาตรของท่านเป็นเครื่องดนตรี เดินมาตีบ้าง จนเป็นที่ตลกขบขัน http://winne.ws/n12525

1.8 พัน ผู้เข้าชม
รู้ยัง!! ."พระยูกันดา"ท่านนำพุทธศาสนาจากประเทศไทย ไปเผยแผ่ในทวีปแอฟริกาใต้!?แหล่งภาพจาก แอฟริกา

รู้ยัง!! ."พระยูกันดา"ท่านนำพุทธศาสนาจากประเทศไทย ไปเผยแผ่ในทวีปแอฟริกาใต้!? 

         จากที่มีข่าวกันไปเรื่องของ นายจูเลียน ดีซิเลต หรือ “พระจูเลี่ยน” ชาวแคนาดาที่เข้ามาบวช ใต้ร่มพระพุทธศาสนาในประเทศไทยไปนั้น สำหรับอีกหนึ่งรูปก็คือ “พระพุทธรักขิตะ” ในภาษาบาลีซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ปกปักษ์รักษาพระพุทธเจ้า” ภิกษุผิวสี จากประเทศยูกันดา ที่เลือกเดินทางตามรอยพุทธศาสนาและเผยแผ่ธรรมในทวีปแอฟริกา

         พระพุทธรักขิตะภิกขุ เดิมมีชื่อว่า สตีเว่น คาบอคโกซา (Steven Kaboggoza) เกิดเมื่อปีค.ศ.1966 ในครอบครัวชาวคริสต์ ณ กรุง กัมปาลา ประเทศยูกันดา ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา ตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เด็กชายสตีเว่น คาบอคโกซา มักใช้เวลาว่างไปกับการนั่งคิดพิจารณาอยู่เสมอ โดยที่ท่านไม่ได้ทราบมาก่อนเลยว่า สิ่งนี้จะกลายเป็นบ่อเกิดของการนั่งสมาธิของเขาในอนาคต

         ในทวีปแอฟริกา ศาสนาพุทธไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักผ่านหนังสือเรียนเท่านั้น ที่จะทราบกันอย่างผิวเผินเพียงว่า มีศาสนาพุทธอยู่ เมื่อนายสตีเว่น เติบโตขึ้นเขาได้ศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย และแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ท่านมีเพื่อนร่วมชั้นเป็น พระสงฆ์สองรูปจากประเทศไทยของเราเอง นั่นทำให้ท่านได้ทำความรู้จักกับพระพุทธศาสนาไปทีละเล็กละน้อยหลังจากนั้นเป็นต้นมา ท่านไม่เคยละความพยายามที่จะศึกษาพุทธศาสนา ท่านเดินทางไปธิเบตอยู่บ่อยครั้ง เพื่อไปฟังเทศน์จากองค์ดาไลลามะ

         จากนั้นไม่นานท่านก็ตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย นายสตีเว่น มาอาศัยอยู่ที่เกาะเต่าเพื่อเป็นครูสอนดำน้ำพร้อมทั้งศึกษาธรรมะไปด้วย ช่วงเวลานั้น ท่านเล่าว่า ท่านคิดว่าตนเองมีความสุขมาก เพราะรายได้ค่อนข้างดี และได้พบปะผู้คนมามากมายจากทั่วโลก แต่แล้ววันหนึ่งความสุขได้กลับกลายเป็นความน่าเบื่อ ท่านพบว่าท่านไม่อาจหาความสุขได้จากเงินทองได้อีกต่อไป

         ตัดสินใจกลับบ้าน หลังจากออกจากบ้านมานานกว่า 7 ปี ภาพของนักธุรกิจอย่างที่คนในครอบครัวคาดหวัง ไม่ได้ปรากฏ กลับเป็นภาพของชายหนุ่มผู้กลับบ้านไปพร้อมเครื่องมือดำน้ำ และหนังสือธรรมะอีกหลายเล่ม ญาติ ๆ ของท่านรับไม่ได้กับภาพดังกล่าว พวกเขาถึงขั้นพูดคุยกันว่า จะเผาหนังสือธรรมะที่ท่านนำกลับไป เพื่อให้ท่านกลับมานับถือศาสนาคริสต์อีกครั้ง

         และการตัดสินใจครั้งใหญ่ ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อท่านได้ออกเดินทางไปยังอเมริกา เพื่อไปศึกษาธรรมะในศูนย์ปฏิบัติธรรม ท่านศึกษาอยู่หลายต่อหลายปี         

รู้ยัง!! ."พระยูกันดา"ท่านนำพุทธศาสนาจากประเทศไทย ไปเผยแผ่ในทวีปแอฟริกาใต้!?ขอบคุณภาพจาก tnews panyayan - สำนักข่าวทีนิวส์

จนกระทั้งในปี ค.ศ. 2001 ท่านเดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาตถาคต (Tathagata) ทีเอ็มซี – TMC – Tathagata Meditation Centre ในเมืองซาน โฮเซ่ (San Jose) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California) 

        ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นเพียงศูนย์ปฏิบัติธรรมเล็ก ๆ ก็ตาม เพื่อพบกับท่านปัณณาธิภา (Pannadipa) และขอบวชกับท่านในทันที ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทราบถึงพิธีการขอบวชมาก่อน ท่านปัณณาธิภา (Pannadipa) ซึ่งในที่สุดได้นำไปสู่การ บวชเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่ทีเอ็มซี ซาน โฮเซ่ แคลิฟอเนียร์ ในปี ค.ศ.2002 โดยอาจารย์ของท่านคือ ท่านซายาดอว์ ยู สิละนันทะ

         เมื่อท่านศึกษาธรรมะจนถึงระดับหนึ่ง ท่านได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่า จะต้องกลับไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ยูกันดาให้จงได้ และเรื่องราวแห่งความยากลำบากก็เริ่มต้นขึ้น

         ผู้คนในละแวกต่างมองท่านด้วยความคลางแคลงใจ บ้างก็ว่าท่านถูกมนต์ดำ บ้างก็ว่าท่านวิกลจริต บางครั้งเด็ก ๆ ก็ร้องไห้จ้า ด้วยความตกใจ บ้างก็เห็นบาตรของท่านเป็นเครื่องดนตรี เดินมาตีบ้าง จนเป็นที่ตลกขบขัน 

         แต่ด้วยวัตรปฏิบัติของท่านที่เรียบง่าย และงดงาม ไม่เคยถือโทษโกรธผู้ใด แต่ไขข้อสงสัยให้แก่ผู้ที่เข้ามาตั้งคำถามอย่างใจเย็น จนเป็นที่น่าประทับใจ ทำให้ผู้คนที่นั่นเปิดใจให้กับท่านมากขึ้น อีกทั้งยังพอมีร้านอาหารไทยในละแวก ท่านจึงมีผู้นำภัตตาหารมาถวาย ได้โดยไม่ติดขัด

         แต่มาวันนี้ศูนย์พระพุทธศาสนาในยูกันดาได้รับการสถาปนา ในนาม Uganda Buddhist Centre – UBC ได้รับการสถาปนาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่ง “ภิกษุพุทธรักขิตะ” ได้กล่าวว่า

         “เมล็ดพันธุ์แห่งพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ได้ถูกปลูกฝังลงในยูกันดาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาแห่งการดูแลให้เติบใหญ่ หวังว่าเมล็ดพันธุ์ที่มีประโยชน์นี้จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและเติบโตอย่างแข็งแรง แผ่ขยายไพศาลเป็นผลไม้แห่งประโยชน์ของสัตว์โลกทั้งปวง”

เผยแพร่ : 19 ม.ค. 2560 เวลา 21:16 น.

ขอขอบคุณ สยามดราม่า http://www.siamdrama.com/view-4389.html

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pageqq.com/en/content/view/page/cntth1/0-1387837.html

พระยูกันดาถอดบทเรียนสร้างสันติภาพที่แอฟริกา

รู้ยัง!! ."พระยูกันดา"ท่านนำพุทธศาสนาจากประเทศไทย ไปเผยแผ่ในทวีปแอฟริกาใต้!?

        สันติภาพจะเกิดต้องมี ๓  ระดับ คือ   ความรักต่อกัน     ต่อสู้กับตนเอง   ร่วมมือกันด้วยความอดทนต่อกัน    เพราะความขัดแย้งในชุมชน ซึ่งเราเป็นสัตว์สังคมต้องอยู่ร่วมกัน  ที่ประเทศยูกันดาไม่เคยสัมผัสคุ้นเคยกับพระสงฆ์  จึงเกิดความขัดแย้งทางสังคมอย่างหนึ่ง  เพราะไม่เคยรู้จักนักบวช แม้แต่เห็นชุดการแต่งกายก็มองว่าเป็นแฟชั่นสวยงาม คิดว่าเป็นนายแบบ ถามถึงราคาชุดที่ใส่ก็เป็นความขัดแย้งจากความไม่รู้ บางกลุ่มคิดว่า บ้า วิกลจริต   เพราะแต่งกายไม่เหมือนคนอื่น   จึงใช้วิธีกำหนดได้ยินหนอๆๆ ไม่เอาไปปรุงแต่ง  เป็นสร้างพุทธสันติวิธี กำหนดว่าได้ยินก็ผ่านไป   ได้ยินอะไรก็ปล่อยสักว่าได้ยิน แล้วมันก็ผ่านไปเป็นการสร้างสันติภายใน

        พระพุทธรักขิตะกล่าวสรุปว่า ทุกความขัดแย้งแม้จะแค่เล็กๆ ย่อมมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันและกัน จึงต้องฝึกปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง การจัดการความขัดแย้งต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นการสร้างสันติภายใน (ส่วนหนึ่งจาก คมชัดลึก 30ม.ค.2559)

รู้ยัง!! ."พระยูกันดา"ท่านนำพุทธศาสนาจากประเทศไทย ไปเผยแผ่ในทวีปแอฟริกาใต้!?
แชร์